jump to navigation

ไทย-เขมรเลื่อนถกถอนทหารบอกการเมืองเครียด ខែសីហា 28, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment

ผู้จัดการออนไลน์– ไทยและกัมพูชาได้ตกลงเลื่อนการประชุมเจรจาระหว่างฝ่ายทหาร เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาพรมแดนของสองประเทศ ที่มีกำหนดจะขึ้นในเสียมราฐวันศุกร์ (29 ส.ค.) นี้ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดในประเทศไทย ทั้งนี้เป็นรายงานของสื่อในกัมพูชา
      
       หนังสือพิมพ์แคมโบเดียเดลีได้อ้างการเปิดเผยของผู้ช่วยรัฐมนตรีรกลาโหมกัมพูชาเนียงฟัต (Neang Phat) ว่าคณะเจรจาฝ่ายกัมพูชาเดินทางถึงเมืองเสียมราฐเมื่อวันพุธ แต่ได้รับโทรศัพท์ด่วนจากคณะทำงานของฝ่ายไทยในนาทีสุดท้ายว่า ขอเลื่อนการพบเจรจาออกไปอย่างไม่มีกำหนดโดยอ้างสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ
      
       คณะเจ้าหน้าที่จากไทยราว 30 นาย เดินทางถึงเมืองเสียมราฐในวันเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายจึงเปิดการพบปะเร่งด่วนขึ้นที่โรงแรมเซ็นจูรี และได้ตกลงกันเลื่อนการเจรจาออกไปตามคำร้องขอจากฝ่ายทหารของไทย หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับเดียวกันกล่าว

 
       นายอภิรัฐ สุคนธาภิรมย์ เจ้าหน้าที่ของไทยกล่าวกับแคมโบเดียเดลีว่า รัฐบาลได้รับแจ้งจากฝ่ายทหารเมื่อวันพุธขอเลื่อนการประชุมเจรจากับฝ่ายทหารกัมพูชาออกไป แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวกับกับการเดินขบวนใหญ่ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ
      
       นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาได้พบเจรจากับรัฐมนตรีต่างประเทศไทย เตช บุนนาค ที่หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 18-19 เดือนนี้ และตกลงที่จะให้มีการเจรจาเพื่อถอนทหารทั้งหมดออกจากบริเวณใกล้กับปราสาทพระวิหาร
      
       ก่อนหน้านั้นไทย-กัมพูชา ได้ตกลงและได้ถอนทหารออกจาก “ดินแดนพิพาท” เกือบทั้งหมด เหลือไว้ข้างฝ่ายละ 50 คน หลังจากทหารกัมพูชากว่า 1,000 นายกับทหารไทยอีกประมาณ 500 นาย เผชิญหกน้ากันในบริเวณดังกล่าวมาเป็นเวลาหนึ่งเดือน.

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000101719

Advertisements

จาก 1,000 ทหารไทย-เขมรบนพระวิหารเหลือ 100 ខែសីហា 20, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment

ผู้จัดการออนไลน์ — สำหรับทหารของทั้งสองฝ่าย วันอาทิตย์ (17 ส.ค.) นี้ อาจจะเป็นวันแรกที่รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด หลังจากถืออาวุธเผชิญหน้ากันมานานแรมเดือน และการสู้รบอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
       
       บัดนี้ยังคงเหลือทหารไทยกับทหารกัมพูชาฝ่ายละ 50 นายเท่านั้น ในเขตแดนพิพาทและในวัดที่ทหารของสองฝ่ายกว่า 1,000 นาย เคยเผชิญหน้ากันมาตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว จึง ทำให้บรรยากาศโดยทั่วไปเงียบจนเปลี่ยนเป็นคนละอารมณ์กัน
       
       การถอนทหารดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอนตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ (15 ส.ค.) แต่ทหารส่วนใหญ่ถูกถอนออกไปในเวลาประมาณ 16.00 น.วันเสาร์ ทั้งนี้ เป็นการเปิดเผยของ พล.ต.เนียงฟัต (Neang Phat) แห่งกระทรวงกลาโหมกัมพูชา
       
       นายทหารผู้นี้กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ ว่า ขณะนี้มีทหารไทยกับทหารกัมพูชาได้รับอนุญาตให้ประจำอยู่ในวัดต่อไปฝ่ายละ 40 นายเท่านั้น
       
       ทางการได้ห้ามผู้สื่อข่าวกับช่างภาพเข้าไปทำข่าวและถ่ายภาพในบริเวณวัด รวมทั้งห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นไปยังปราสาทพระวิหาร ในช่วงที่มีการถอนทหาร แต่อนุญาตให้กลับเข้าพื้นที่ได้อีกครั้งหนึ่งในวันอาทิตย์ (17 ส.ค.)
       
       อย่างไรก็ตาม สื่อในกัมพูชาได้เผยแพร่ภาพถ่ายชุดหนึ่งในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการทำพิธีบวงสรวงอีกครั้งหนึ่งโดยจัดขึ้นที่ปราสาทพระวิหารก่อนจะเริ่มถอนทหาร เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา
       
       พิธีบวงสรวงจัดขึ้นเพื่อขอให้การถอนทหารที่จะเริ่มขึ้นในบ่ายวันเดียวกันดำเนินไปด้วยความราบรื่นและให้ดวงวิญญาณบรรพชนปกป้องคุ้มครองแผ่นดินกัมพูชา ให้รอดพ้นจาก “การรุกราน” ของสยาม ซึ่งหมายถึงประเทศไทย

ก่อนหน้านั้น ในวันศุกร์ที่ 1 ส.ค.ท่านผู้หญิงบุนรานีฮุนเซน (Bun Rany-Hun Sen) ภริยาของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ไปเป็นประธานในพิธีบวงสรวงด้วยจุดประสงค์คล้ายกันนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่ปราสาทพระวิหารเช่นเดียวกัน ครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมนับพันคน
       
       การเผชิญหน้าทางทหารเริ่มขึ้นหลังจากฝ่ายกัมพูชาได้จับกุมผู้ประท้วงชาวไทยไป 3 คน ในวันที่ 15 ก.ค.ฐานบุกรุกข้ามเขตแดนเข้าไปในแดนกัมพูชาที่เขาพระวิหาร
       
       นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา มีกำหนดพบเจรจากับนายเตช บุนนาค รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในวันจันทร์นี้ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาพิพาทพรมแดนระหว่างสองประเทศ

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000097210

เขมรกร้าว “สมัคร” ต้องแจ้งหากจะขึ้นเขาพระวิหาร ខែសីហា 8, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment

ผู้จัดการออนไลน์– รัฐมนตรีกัมพูชาแย้ม นายกรัฐมนตรีไทย นายสมัคร สุนทรเวช มีแผนการที่จะเดินทางไปยังอาณาบริเวณชายแดนซึ่งอยู่ทางด้านเหนือเขตที่ตั้งปราสาทพระวิหาร และเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่นั่นกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไทยจะต้องแจ้งล่วงหน้าหากต้องการเข้าไปยังดินแดนพิพาท
       
       นายเขียวกัญฤทธิ์ (Khieu Khanharith) รัฐมนตรีแถลงข่าวกัมพูชาให้สัมภาษณ์ในกรุงพนมเปญวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า นายกรัฐมนตรีไทยมีแผนที่จะเดินทางไปยังอาณาบริเวณดังกล่าวที่อยู่ในเขตไทย แต่ยังไม่ทราบกำหนดการแน่นอนในขณะนี้ เนื่องจากนายสมัครเดินทางไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในจีน
       
       “เรายินดีถ้าหากนายสมัครจะไปที่นั่น” หนังสือพิมพ์แคมโบเดียเดลีอ้างคำกล่าวของนายเขียวในฉบับวันศุกร์ (8 ส.ค.) นี้นายเขียวพูดถึงอาณาบริเวณที่นายกรัฐมนตรีไทยจะเดินทางไป
       
       แต่ในขณะเดียวกันนายฟายสีฟาน (Phay Siphan) โฆษกคณะรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวว่า นายสมัครจะต้องแจ้งให้ฝ่ายกัมพูชาทราบล่วงหน้าถ้าหากจะเดินทางเข้าไปยังเขตแดนพิพาทรวมทั้งวัดแห่งหนึ่ง ที่ทหารสองฝ่ายเผชิญหน้ากันมาเป็นเวลานานกว่า 20 วัน
       
       ปลายเดือนที่แล้ว พล.อ.เตียบัญ (Tea Banh) รมว.กลาโหมกัมพูชาได้เดินทางไปเยี่ยมกองกำลังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งไปประจำการที่ปราสาทพระวิหารและบริเวณวัดที่ทหารสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากันอยู่
       
       พล.อ.เตียบัญ ยังเดินทางลงจากปราสาทไปยังบริเวณทางขึ้นที่อยู่ทางฝั่งไทยอีกด้วย แต่ยังไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยเดินทางไปที่นั่น รวมทั้งนายสมัคร สุนทรเวช ที่เป็นรมว.กลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

 รัฐมนตรีต่างประเทศไทย-กัมพูชามีกำหนดจะพบเจรจากันอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 18 ส.ค.นี้ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหาทางแก้ปัญหาพิพาทดินแดนอย่างสันติ
       
       สื่อของกัมพูชารายงานก่อนหน้านี้ว่านายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา มีกำหนดเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ องค์พระประมุขของไทยด้วย

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000093667

“ฮุนเซน” หยอดคำหวานชวนไทยหย่าศึก ខែសីហា 7, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment

ผู้จัดการออนไลน์ — นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สมเด็จฯ ฮุนเซน กล่าวว่า ไทยกับกัมพูชาจะต้องลืมความหลัง เลิกเป็นปรปักษ์ต่อกันในกรณีปราสาทพระวิหาร โดยระบุว่า สองประเทศเพื่อนบ้านไม่ควรเข้าสู่สงครามเพียงเพราะเรื่องชายแดนเล็กๆ แค่นี้
       
       “เราจะต้องไม่นำประเทศของเราเข้าสู่สงคราม เพียงเพราะความขัดแย้งที่ชายแดน” สมเด็จฯ ฮุนเซน กล่าวในการปราศรัยทางโทรทัศน์เมื่อวันพุธ (6 ส.ค.) ทั้งนี้ เป็นรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์
       
       นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า ไทย และ กัมพูชา จะต้องอยู่ด้วยกันยาวนานอีกนับหมื่นปีข้างหน้า ควรจะหาทางลดความขัดแย้ง และเพิ่มความร่วมมือสองฝ่ายให้มากที่สุด รวมทั้งด้านการค้าด้วย
       
       “เราจะต้องอยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนบ้านที่ดีตลอดนับหมื่นปีข้างหน้า เราจะต้องจำกัดความขัดแย้งระหว่างเราให้ลดลง และขยายความร่วมมือทวิภาคีให้สูงที่สุด..” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่อยู่ในตำแหน่งมานาน 23 ปี กล่าว
       
       การออกปราศรัยที่มีการถ่ายทอดสดครั้งนี้ น้ำเสียงของสมเด็จฯ ฮุนเซน เปลี่ยนไปจากช่วงที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งเดือนที่แล้วที่ชูความชาตินิยมอย่างเต็มที่ รอยเตอร์ กล่าว
       
       ไทย และ กัมพูชา ได้เสริมกำลังทหารและอาวุธหนักเข้าสู่ดินแดนพิพาทพื้นที่ราว 4.6 ตารางกิโลเมตรที่ชายแดนรอบๆ ปราสาทพระวิหาร
       
       สองฝ่ายได้จัดให้มีการพบเจรจาระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศขึ้นในวันที่ 28 ก.ค.หลังการหย่อนบัตรเลือกตั้งในกัมพูชาผ่านไปเพียง 1 วัน โดยพรรครัฐบาลของสมเด็จฯ ฮุนเซน มีชัยอย่างท่วมท้น

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000092867

ทูตไทยแฉเล่ห์เขมรยังไม่ถอนมติพระวิหารจาก UN ខែសីហា 7, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment

ผู้จัดการรายวัน — แม้ผู้นำกัมพูชาจะเคยพูดว่า จะถอนกรณีพิพาทชายแดนด้านเขาพระวิหาร กับ ไทย ออกจากวาระการประชุมพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ก็ตาม แต่ความจริงรัฐบาลกัมพูชายังไม่เคยถอน เพียงแต่ขอเลื่อนออกไป จึงเป็นการง่ายที่จะขอให้ UNSC ฟื้นเรื่องขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
       
       นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ กล่าวก่อนหน้านี้ ว่า การที่นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงนั้น กัมพูชามีเจตนาที่จะเรียกร้องดินแดนอื่นๆ อีกหลายแห่งตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ปัจจุบัน
       
       นายดอน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์สถานีวิทยุแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตรงจากนครนิวยอร์ก เมื่อวันพุธ (23 ก.ค.) ระบุว่า ทางการทูตของกัมพูชาในขณะนี้มุ่งหวังจะได้ดินแดนจากไทยเพิ่มมากขึ้น
       
       “กรณีนี้ได้ไปไกลกว่าพระวิหาร ซึ่งตกเป็นของพวกเขาเรียบร้อยไปแล้ว” สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างการให้สัมภาษณ์ ของเอกอัครราชทูตไทยจากนิวยอร์ก
       
       นายดอน กล่าวว่า กัมพูชากำลังพยายามทำให้ประชาคมระหว่างประเทศยอมรับแผนที่ฝรั่งเศสฉบับหนึ่งที่จัดทำขึ้นครั้งที่กัมพูชายังเป็นดินแดนอาณานิคม ซึ่งจะทำให้ได้ดินแดนอีกหลายจุดที่ไทยกล่าวอ้างอธิปไตยอยู่ในขณะนี้
       
       “บางครั้งมิตรภาพอันจริงใจของเรา ก็ทำให้เรามองข้ามเจตนาอันสูงสุดของเพื่อนบ้านเราไป” นายดอน กล่าว
       
       “ในกรณีนี้พวกใช้ยุทธวิธีกองโจรในการโจมตี (ทางการทูต) เรา” เอกอัครราชทูตไทยประจำยูเอ็น กล่าว
       
       กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ออกคำแถลงก่อนหน้านั้นเพียง 1 วัน แจ้งว่า รัฐบาลกัมพูชาได้นำปัญหาพิพาทพรมแดนกับไทยเข้าสู่การพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) โดยขอเปิดประชุมเป็นการเร่งด่วน
       
       “เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันด้วยอาวุธ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ตัดสินใจร้องขอให้มีการประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อหาวิธีการการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ” คำแถลงของกัมพูชาระบุในตอนหนึ่ง
       
       แต่เวลาต่อมา นายเขียว กัญฤทธิ์ โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ประกาศว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน ได้สั่งการให้ถอนเรื่องออกจาก UNSC ขณะที่ นายฮอร์ นัม ฮอง (Hor Nam Hong) รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กำลังจะเดินทางไปพบเจรจากับ นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศของไทยที่เมืองเสียมราฐ
       
       แต่สถานการณ์บานปลายออกไปอีกในสัปดาห์นี้ เมื่อกัมพูชาพยายามส่งทหารเข้าไปยังเขตปราสาทตาเมือนใหญ่ ชายแดน จ.สุรินทร์ โดยอ้างว่าอยู่ในดินแดนกัมพูชา

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000092731

เมีย “ฮุนเซน” นำทีมขึ้นเขาพระวิหารฉลองใหญ่ ខែសីហា 1, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment


การฉลองใหญ่ก่อนหน้านี้จัดขึ้นวันที่ 14 ก.ค.ที่สนามกีฬาโอลิมปิกกรุงพนมเปญ คราวนี้ขึ้นจัดเขาพระวิหารเลยแม้ทหารทั้งสองฝ่ายจะยังเผชิญหน้ากันอยู่ก็ตาม (ภาพ: Reuters)

ผู้จัดการออนไลน์– แม้ว่าทหารของทั้งสองฝ่ายจะยังคงตั้งประจันหน้ากันบนเขาพระวิหารก็ตาม ทางการกัมพูชามีกำหนดการฉลองใหญ่อีกครั้งหนึ่งวันศุกร์ (1 ส.ค.) นี้ โดยครั้งนี้จะจัดที่ปราสาทพระวิหารเลยทีเดียว
       
       ท่านผู้หญิงบุนรานีฮุนเซน (Bun Rani Hun Sen) ภริยาที่ทรงอำนาจอิทธิพลของนายกรัฐมนตรีสมเด็จฯ ฮุนเซน จะเป็นประธานในพิธี นายเขียวกัญฤทธิ์ (Khieu Kanharith) โฆษกรัฐบาลแถลงเรื่องนี้ในวันพฤหัสบดี
       
       นับเป็นการจัดเฉลิมฉลองปราสาทพระวิหารหลังการเลือกตั้งวันที่ 27 ก.ค. ซึ่งพรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party) ของสมเด็จฯ อัครมหาเสนาบดีเดโชฮุนเซนประกาศได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย
       
       หลังปราสาทพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกวันที่ 7 พ.ค. ชาวกัมพูชาฉลอง “ชัยชนะ” กับ “ความสำเร็จ” นี้มาแล้ว 2 ครั้ง
       
       ครั้งแรกมีจขึ้นในวันที่ 8 ก.ค.เมื่อผู้คนนับพันๆ ลงสู่ท้องถนนกรุงพนมเปญโดยมิได้นัดหมาย ต่อมาเพียงข้ามสัปดาห์ก็มีการฉลองใหญ่ที่สนามกีฬาโอลิมปิก กรุงพนมเปญ ต้อนรับการกลับประเทศของคณะเจรจาที่นำโดยโสกอาน (Sok An) รองนายกฯ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ครั้งนี้มีนักร้องนักแสดงไปร่วมงานอย่างคับคั่ง มีชาวกรุงพนมเปญเข้าชมนับหมื่นคน มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ
       
       แต่ยังไม่มีการแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาของงานที่จะจัดขึ้นบนเขาพระวิหารในวันศุกร์นี้ ซึ่งโดยปกติที่นั่นต้องพึ่งพาอาหารและน้ำดื่มจากฝั่งไทยเนื่องจากด้านกัมพูชาเป็นหน้าผาชันการขนส่งสัมภาระต่างๆ ขึ้นไม่สะดวก
       
       นอกจากนั้นทหารไทยราว 500 คนกับทหารเขมรกว่า 1,000 คนกำลังเผชิญหน้ากันในวัดแห่งหนึ่ง ห่างจากทางขึ้นปราสาทพระวิหารเพียงประมาณ 200 เมตรเศษๆเท่านั้น ยังไม่ทราบว่าทางการจะอนุญาตให้ทหารไปร่วมการฉลองใหญ่ด้วยหรือไม่.

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000090410

ได้ทีขี่แพะเย้ย “สีหนุ” ขุดเรื่องเก่าขึ้นมาขำ ខែកក្កដា 31, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment


ทรงกำกับเอาไว้ตอนท้ายด้วยว่า ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

ผู้จัดการออนไลน์– สมเด็จพระนโรดมสีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชาทรงมีบันทึกประวัติศาสตร์ชิ้นใหม่ออกตีพิมพ์บนเว็บไซต์ส่วนพระองค์ ทรงแสดงความขบขันต่อ 2 เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ หลังจากศาลโลกได้ตัดสินยกปราสาทพระวิหารให้แก่กัมพูชาภายใต้รัฐบาลพรรคสังคมราษฎร์นิยมของพระองค์
       
       เรื่องแรกที่ทรงระบุในบันทึกชิ้นใหม่นี้ก็คือ ภายหลังการตัดสินของศาลโลกวันที่ 15 มิ.ย.2505 นายถนัด คอมันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในขณะนั้นได้พูดถึงพระองค์โดยเรียกว่า “ต่ำกว่ามนุษย์”
       
       อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทรงระบุเอาไว้ในบันทึกก็คือ ในปี 2511 หรือ 6 ปีหลังจากศาลระหว่างประเทศมีคำพิพากษาดังกล่าวได้มีการจัดประท้วงพระองค์ขึ้นในจังหวัดหนึ่งของไทย มีการทำ “หุ่นนโรดมสีหนุ” ขึ้นแขวนบนรถบรรทุกแห่ประจานไปตามตัวเมือง มีคนเข้าร่วมขบวนราว 100 คน
       
       มีการทิ่มแทงหุ่นขนาดใหญ่นั้น ก่อนจะจุดไฟเผาจนวอดเป็นเถ้าถ่าน เพื่อทำให้ “สีหนุ” ตาย มีคนไทยที่กระเหี้ยนกระหือรืออยากรู้อยากเห็นอีกนับพันๆ คนเรียงรายตามสองข้างทางระหว่างที่รถบรรทุกแห่แหนหุ่นสีหนุแล่นผ่านไป
       
       “แต่สวรรค์เข้าแทรก…” สมเด็จพระสีหนุกล่าวในบันทึกชิ้นล่าสุด
       
       “รถบรรทุกอันเป็นประวัติศาสตร์คันนั้นเกิดเสียหลักพลิกคว่ำและหล่นลงไปในคูน้ำ” มีคนบนรถ 1 คนเสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ที่ไม่คาดฝันนี้.. ผู้คนพากันตกใจวิ่งหนี และเลิกการสาปแช่งหุ่นสีหนุ
       
       สมเด็จพระสีหนุซึ่งกำลังจะมีพระชนม์ครบ 87 พรรษาในเดือน ก.ย.ศกนี้ ทรงมีบทบาทอย่างสูงในกรณีพิพาทปราสาทพระวิหารกับไทยเมื่อครึ่งศตวรรษก่อน


หน้าแรกของบันทึกภาษาฝรั่งเศสด้วยลายพระหัถต์ชิ้นล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์บนเว็บไซต์ส่วนพระองค์ในสัปดาห์นี้

หลังการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสองฝ่ายครั้งล่าสุดนี้ อดีตกษัตริย์กัมพูชาทรงริเริ่มในการระดมความช่วยเหลือจากสำนักพระราชวัง ส่งถึงทหารที่ไปประจำบนเขาพระวิหาร
       
       อย่างไรก็ตามสมเด็จพระสีหนุทรงมีบันทึกอีกฉบับหนึ่งเมื่อเร็วๆนี้ แสดงความเห็นต่อข่าวที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ภาษาเขมรฉบับหนึ่งที่ไปสัมภาษณ์หญิงแม่บ้านมีอายุคนหนึ่งใน จ.บ้านใต้มีชัย (Banteay Meanchey) ซึ่งระบุว่า ตนไม่ทราบว่าปราสาทพระวิหารเป็นของไทยหรือของกัมพูชา และไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนของประเทศ
       
       สมเด็จพระสีหนุทรงระบุว่า “ปวดใจ” กับชาวเขมรเช่นแม่บ้านคนนี้.

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000090074

ไทย-เขมรทำท่าจะยาวรัฐมนตรีเจรจรากันสองรอบ ខែកក្កដា 28, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment

ผู้จัดการออนไลน์– รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของไทย นายเตช บุนนาค ได้พบเจรจากับ นายฮอร์นังฮอง (Hor Nam Hong) รองนายกรัฐมนตรี-รมว.ต่างประเทศของกัมพูชาที่เมืองเสียมราฐในวันจันทร์ (28 ก.ค.) นี้ และยังไม่มีความคืบหน้าอะไรหลังการเจรจารอบแรกในตอนเช้าดำเนินไปเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง
       
       สองฝ่ายมีกำหนดเจรจากันอีกรอบหนึ่งในบ่ายวันเดียวกัน
       
       เจ้าหน้าที่ของสองฝ่ายกล่าวว่า ไม่ได้หวังว่าจะมีวิธีแก้ปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาออกมาได้ในวันนี้ เพราะว่าเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดอื่นๆ อยู่มาก เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของสองฝ่ายจะทำหน้าที่ต่อไป
       
       “รัฐมนตรีต่างประเทศจะหารือกันเฉพาะนโยบายหลัก แต่ประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับชายแดนกับกำลังทหารจะต้องหารือกันในรายละเอียดโดยคณะกรรมการชุดอื่นๆ ต่อไป” นายเขียว กัญฤทธิ์ รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าวกัมพูชา ในฐานะโฆษกรัฐบาลกล่าว
       
       “การพบกันตัวต่อตัวดีกว่าไม่มีการเจรจากัน” นายเขียวกล่าว
       
       อย่างไรก็ตามการพบเจรจาเมื่อวันจันทร์นี้มิใช่การพบสองต่อสอง แต่มีเจ้าหน้าที่ทหารกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจำนวนหนึ่งร่วมอยู่ด้วย
       
       โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย นายธฤต จรุงวัฒน์กล่าวว่า ฝ่ายไทยพร้อมจะเจรจาในทุกเรื่องและจะทำดีที่สุดเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา
       
       “นี่เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน แต่ด้วยความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน สองฝ่ายจะสามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาได้” นายธฤตกล่าว.

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000088606

“เตียบัญ” ย่องขึ้นเขาพระวิหารตรวจแนวรบ ខែកក្កដា 28, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment

ผู้จัดการออนไลน์ — พล.อ.เตียบัญ (Tea Banh) รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ได้ไปยังปราสาทพระวิหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการเยือนที่ไม่มีการประกาศล่วงหน้า เพื่อตรวจสถานการณ์การเผชิญหน้าระหว่างทหารกัมพูชากว่า 1,000 นาย กับทหารไทย ราว 500 นาย ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 10 วัน
       
       รัฐมนตรีกัมพูชาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดที่ไปยังเขาพระวิหาร นับตั้งแต่การเผชิญหน้ากับฝ่ายไทยเริ่มขึ้นในวันที่ 18 ต.ค.ได้ฟังบรรยายสรุป จาก พล.จ.สเรย์แด็ก (Srey Dek) ผู้บัญชาการทหารคนหนึ่ง ในอาณาบริเวณแห่งหนึ่งในเขตปราสาทพระวิหารซึ่งปิดเป็นการลับ
       
       พล.อ.เตียบัญ ได้ไปเยือนทหารที่ตั้งมั่นบนเขาพระวิหาร รวมทั้งเดินทางไปยังบริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหารที่อยู่ติดกับเขตแดนไทยอีกด้วย

หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพตีพิมพ์ภาพ พล.อ.เตียบัญ ขณะตรวจเยี่ยมทหารบนเขาพระวิหารในฉบับวันศุกร์ (25 ก.ค.) โดยไม่ได้ระบุวันเวลา แต่การเยี่ยมเยือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากความพยายามไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยกลุ่มอาเซียนล้มเหลว
       
       รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา และ ไทย ได้นัดพบเจรจากันที่เมืองเสียมราฐวันจันทร์ (28 ก.ค.) นี้ เพื่อหาทางคลี่คลายการเผชิญหน้าทางทหาร
       ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาขู่ว่าจะนำความขัดแย้งเข้าสู่การพิจารณาของสหประชาชาติอีกครั้งหนึ่ง หากการเจรจากับไทยครั้งนี้ไม่สามารถหาทางออกได้

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000088547

โฆษกไทยโต้เขมรบนเขาพระวิหาร ฮา..ไม่เครียด ខែកក្កដា 27, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment

ผู้จัดการออนไลน์– ขณะที่โฆษกกัมพูชาบอกป่าวกับชาวโลก ว่า สถานการณ์ที่เขาพระวิหารตึงเครียดมาก และร้องขอให้สหประชาชาติจัดประชุมเรื่องนี้เป็นการฉุกเฉิน นายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวในวันพฤหัสบดี ว่า สถานการณ์ไม่ได้ตึงเครียด ทหารของสองฝ่ายกันอยู่กันอย่างสงบและยังรับประทานอาหารด้วยกันอีกด้วย
       
       “มันเป็นการเผชิญหน้าทางทหารอย่างสงบ มันเหมือนกับไปปิกนิก พวกเขาพูดคุยกันและรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์
       
       สัปดาห์นี้กัมพูชาได้พยายามทำให้กรณีพิพาทเขตแดนกับไทย กลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ การประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ กลุ่มอาเซียนคัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นปัญหาของสองประเทศและควรจำกัดวงเอาไว้แค่ระดับภูมิภาคนี้
       
       ตอนบ่ายวันพฤหัสบดี (24 ก.ค.) นายเขียว กัญฤทธิ์ รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าวกัมพูชา ยืนยันรายงาน ที่ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศไทยและกัมพูชาจะกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาอีกรอบหนึ่งเร็วๆ นี้ โดยสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรียืนยันว่าได้หารือกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของไทยแล้ว
       
       “นายกรัฐมนตรีฮุนเซน บอกกับผมด้วยว่าจะถอนเรื่องออกจากสหประชาชาติ” สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงพนมเปญอ้างการาให้สัมภาษณ์ของนายเขียว
       
       วันอังคารที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาได้ร้องขอไปยังสหประชาชาติ ขอให้คณะมนตรีความมั่นคงฯ หรือ UNSC (UN Security Council) เปิดประชุมพิจารณาสถานการณ์ตึงเครียดที่ชายแดนกับไทยเป็นกรณีฉุกเฉิน เวียดนามซึ่งเป็นประธานการประชุม ได้บรรจุเข้าวาระประชุมวันพฤหัสบดี แต่สมาชิก 15 ประเทศ มีหลายประเทศไม่เห็นด้วยเนื่องจากไม่พร้อมด้านข้อมูล
       
       ตามรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ เวียดนามได้พยายามเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันศุกร์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน จนกระทั่งมีปฏิกิริยาจากกลุ่มอาเซียน ซึ่งทำให้กัมพูชาต้องถอนคำร้องออกไปในที่สุด

เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำ UNSC นายเลเลืองมิง (Le Luong Minh) ซึ่งเป็นประธานการประชุมในเดือนนี้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ ว่า การพิจารณากรณีตึงเครียดไทย-กัมพูชา อาจจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
       
       นายฌ็อง-มอรีซ์ ริแปร์ต (Jean-Maurice Ripert) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสกล่าวว่า UNSC จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้เพราะเป็นองค์กรที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงและการทหาร ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในวันพฤหัสบดี
       
       เอกอัครราชทูตทั้งสองประเทศให้สัมภาษณ์ในนครนิวยอร์ก โดยที่ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลกัมพูชากำลังจะถอนคำร้องออกไป
       
       ขณะเดียวกัน ในกลุ่มอาเซียน นายจอร์จ เยียว (George Yeo) รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม ให้สัมภาษณ์ในวันเดียวกันว่า “ยังไม่ถึงเวลา” ที่จะนำกรณีไทย-กัมพูชาเข้าสู่การเจรจาระดับนานาชาติเพราะเป็นเรื่องสองฝ่าย ที่ควรจำกัดวงให้อยู่ในระดับภูมิภาค
       
       สิงคโปร์ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการประจำกลุ่มอาเซียนเป็นวันสุดท้าย และได้ส่งมอบเอกสารต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยได้ทำหน้าที่สืบแทนในวันเดียวกัน

ขณะเดียวกัน สมาชิก 27 ประเทศของกลุ่มประชุม ASEAN Regional Forum หรือ ARF ซึ่งเป็นเวทีหารือเกี่ยวกับความมั่งคงปลอดภัย ได้เรียกร้องให้ไทยกับกัมพูชาความอดทนและอดกลั้นอย่างถึงที่สุดในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
       
       เมื่อวันจันทร์กัมพูชาได้ขอร้องให้สิงคโปร์จัดการประชุมนัดพิเศษเพื่อช่วยหาทางปลดชนวนสถานการณ์ตึงเครียดกับไทย โดยขอให้มีสมาชิกเข้าร่วมเพียง 6 ชาติ คือ กัมพูชา ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และ ลาว
       
       แต่ไทยคัดค้านคำร้องขอนี้ โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องทวิภาคี และในวันอังคาร รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ ได้จัดประชุมหาอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างรับประทานอาหารเที่ยง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปอะไรได้
       
       ท่าทีของไทยที่ต้องการเจรจาเรื่องนี้กับกัมพูชาแบบทวิภาคี ได้รับการสนับสนุนจากจีน รัสเซีย สหรัฐฯ และอินโดนีเซีย รวมทั้งเวียดนามในที่สุดโฆษกของไทยกล่าวกับรอยเตอร์

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000087433