jump to navigation

เชื่อ“นพเหล่”โชว์แผนที่ปลอม – แฉแผนกาสิโน 4 พันล้านรอบ”พระวิหาร” ខែមិថុនា 25, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
trackback

อดีตทนายความคดีเขาพระวิหาร “สมปอง สุจริตกุล”ย้ำไทยไม่เคยยอมรับปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร น่าแปลกที่ “นพเหล่” ไปเซ็นยินยอม – ด้าน“เทพมนตรี ลิมปพะยอม” นักประวัติศาสตร์ เชื่อ แผนที่กระทรวงต่างประเทศนำมาเผยคือของปลอม ไม่ใช่ฉบับเดียวกับที่เขมรจะนำไปขอขึ้นทะเบียน
       
        คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการคมชัดลึก
       
       วานนี้ (24 มิ.ย.) ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล รักษาการคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และหนึ่งในทนายความของประเทศไทยที่ว่าความคดีปราสาทเขาพระวิหารต่อศาลโลกในปี 2505 ให้สัมภาษณ์ในรายการคมชัดลึก ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชลแนล ดำเนินรายการโดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ว่า การอธิบายรายละเอียดทางด้านคดีเขาพระวิหารของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรวานนี้ ถูกต้องครบถ้วนตามประวัติศาสตร์คดีเขาพระวิหารทุกประการ คือไทยไม่ยอมรับอำนาจอธิปไตย และแผนที่ของกัมพูชา มีการดำเนินการทักท้วงคำตัดสินของศาลโลกมาตลอด และได้มีข้อสงวนส่งไปยังองค์การสหประชาติว่าวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้าเมื่อกฎหมายระหว่างประเทศพัฒนาขึ้น ไทยจะทวงอธิปไตยเขาพระวิหารกลับมาอีกครั้ง จึงสรุปได้ว่าไทยไม่เคยยอมรับการเสียปราสาทเขาพระวิหารเลย เรายืนยันอย่างนั้นมาตลอด แต่มาถึงวันนี้ตนก็ไม่รู้ว่าทำไม รมว.ต่างประเทศจึงไปยินยอมเซ็นข้อตกลง เพราะเท่ากับเป็นการยอมรับว่าปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ทั้งที่ผ่านมาไทยเคยคัดค้านมาโดยตลอด
       
       ส่วนกรณีที่ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้ไปเซ็นยินยอมในข้อตกลงให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนตัวปราสาทพระวิหาร แล้วมากล่าวว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงร่วมกัน ไม่ใช่สนธิสัญญาระหว่างประเทศจึงไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภานั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ อย่างไรก็ต้องเข้าสภา ดังนั้นการที่นายนพดล กล่าวอ้างจึงเป็นเพียงการเล่นคำเพื่อเลี่ยงประเด็นเท่านั้น
       
       ด้าน รศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ กล่าวว่า ตอนนี้ควรจะแยกเรื่องเขตแดน กับเรื่องมรดกโลกออกจากกันเสียก่อน ถ้าให้องค์การมรดกโลกจัดการ พื้นที่ดังกล่าวจะเป็น No man land คือไม่มีใครเป็นเจ้าของซึ่งไทยกับกัมพูชาจะได้เป็นเจ้าของจัดการร่วมกัน เป็นพื้นที่ที่จะเป็นสมบัติเรียนรู้ร่วมกัน พอมาถึงตอนนั้นค่อยมาดูกันว่าไทยและกัมพูชาจะแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างไร
       
       ตนเคยกล่าวไปแล้วว่า เฉพาะตัวเขาพระวิหารเหมือนกับกระดูกทั้งดุ้น แต่เนื้อหนังอยู่ในไทยทั้งหมด เพราะคุณค่าทางสถาปัตยกรรมของเขาพระวิหารคือ เมือง ๆ หนึ่งที่มีอาณาบริเวณโดยรอบ ดังนั้นแค่ตัวปราสาทอย่างเดียวมันไม่มีคุณค่าพอที่จะเป็นมรดกโลกได้ ดังนั้นทางออกก็คือไปสอบถามยูเolโก ว่าตกลงแล้วจะขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้หรือไม่เพื่อจะได้ยุติปัญหาในตอนนี้ก่อน
       
       ด้านนายเทพมนตรี ลิมปพะยอม นักประวัติศาสตร์อิสระ กล่าวว่า การแถลงการณ์ร่วมกันว่าไทยจะยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น จะทำให้ไทยเสียพื้นที่อย่างแน่นอนเพราะการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารจะต้องมีพิกัดดาวเทียมซึ่งจะกินพื้นที่ของไทย เพราะต้องกันพื้นที่เอาไว้เป็นเขตอนุรักษ์
       
       นายเทพมนตรี กล่าวด้วยว่า ตนกล้าพูดได้เลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องการนำโบราณสถานมาหากินอย่างแน่นอน เพราะตนทราบข้อมูลมาว่าหลังจากขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารสำเร็จจะมีโครงการแผนพัฒนาเขาพระวิหารที่มีมูลค่ากว่า 4,000 ล้าน โดยจะเปิดบ่อนคาสิโน ใกล้ ๆ กับเขาพระวิหาร รวมถึงมีแนวทางของเจรจาเปิดพื้นที่ตรงนั้นเป็นแหล่งค้าขาย
       
       ที่กล้าพูดเช่นนี้เพราะตนเคยเห็นร่างโครงการดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้มีผลประโยชน์มหาศาลซึ่งมีเอกชนจากบริษัทอัปซาลาม ซึ่งเป็นบรษัทข้ามชาติ ที่เตรียมเข้าไปรับสัมปทานโดยแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับรัฐบาลกัมพูชา จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดกัมพูชาจึงไม่ยอมขึ้นทะเบียนร่วมกับไทย เพราะหากขึ้นทะเบียนร่วมกับไทยแล้ว ไทยก็จะมีส่วนร่วมในผลประโยชน์เหล่านั้นด้วย ดังนั้นเราจึงต้องรู้ให้ทันกับเรื่องเรานี้ เพื่อที่ประชาชนอย่างเราจะได้ไม่ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้บริษัทข้ามชาติ และรัฐบาลหรือรัฐมนตรีบางคน
       
       อีกทั้ง ตนเชื่อว่าแผนที่ ที่นายนพดลนำมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนนั้น ไม่ใช่แผนที่ตัวจริง ที่นายนพดลไปเซ็นยินยอมไว้กับทางกัมพูชา เพระตนเชื่อมั่นว่าการขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเขาพระวิหารไม่มีทางที่ยูเนสโกจะยอมแน่ จึงไม่เชื่อว่ากัมพูชาจะขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทจริง ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้นายนพดล นำเอกสาร ที่ไปเซ็นให้ความร่วมมือกับกัมพูชานั้นมาเปิดเผยให้สื่อมวลชนดู ว่ามีรายละเอียดอย่างไรและแผนที่ ที่แนบมากับเอกสารนั้นเป็นฉบับที่นายนพดล ได้นำมาเปิดเผยหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ยังไม่มีใครได้เห็นเอกสารความร่วมมือดังกล่าวเลยเป็นการทำโดยงุบงิบ ไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน
       
       “รัฐบาลอ้างอยู่เสมอว่ามาจากประชาชน แต่พอเรื่องนี้กลับไม่เคยมองเห็นหัวประชาชน”นายเทพมนตรีกล่าว

ប្រភព៖ http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074446

Advertisements

មតិ»

No comments yet — be the first.

ឆ្លើយ​តប

Fill in your details below or click an icon to log in:

ឡូហ្កូ WordPress.com

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី WordPress.com របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

រូប Twitter

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Twitter របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

រូបថត Facebook

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Facebook របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

Google+ photo

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Google+ របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

កំពុង​ភ្ជាប់​ទៅ​កាន់ %s

%d bloggers like this: