jump to navigation

เดี๋ยวเปิด เดี๋ยวปิด เรื่องปกติที่ “เขาพระวิหาร” ខែមិថុនា 24, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ទេសចរណ៍, ข่าว.
trackback
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 กรกฎาคม 2546 18:39 น.
ร่องรอยความงดงามของปราสาทเขาพระวิหารที่ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน

       ถือเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วสำหรับปราสาทเขาพระวิหารที่ “เดี๋ยวเปิด เดี๋ยวปิด”ตามสถานการณ์การเมืองระหว่างไทย-กัมพูชา
       
       ล่าสุดนี้ หลังจากที่นายกทักษิณจูบปากกับนายกฮุนเซ็นของกัมพูชา ประเทศไทยก็เปิดเขาพระวิหารอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 31 พ.ค. 46 ที่ผ่านมา หลังจากที่กองกำลังสุรนารีสั่งปิดยาวไปเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 44
       
       ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสดีของคนที่ยังไม่เคยไป หรือไปมาแล้วติดใจอยากไปอีก จะได้กลับขึ้นไปเที่ยวชมความงามของปราสาทเขาพระวิหาร ที่ถูกจัดให้เป็นปราสาทที่มีความงามอยู่ในระดับเพชรยอดมงกุฎของงานสถาปัตยกรรมขอมเลยทีเดียว
       
       โดยเหล่านักประวัติศาสตร์โบราณคดีต่างลงความเห็นกันว่า ปราสาทเขาพระวิหาร สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 ในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เพื่อให้เป็นดังเทวสถานศรีศิขรีศวร หรือที่ประทับของพระศิวะ เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่แห่งขุนเขา เพราะในยุคสมัยนั้นชนชั้นปกครองต่างนับถือใน“ลัทธิเทวะราชา”ซึ่งเชื่อในเรื่องของการบูชาบรรพบุรุษและการนับถือภูเขา

ทิวทัศน์เขมรต่ำเมื่อมองลงไปจากเป้ยตาดี

       การขึ้นไปเที่ยวชมปราสาทเขาพระวิหาร เริ่มจากการเดินตามรอยชาวขอมโบราณข้ามเขตแดนไทยสู่ดินแดนเขมร ขึ้นบันไดศิลา ที่ตลอด 2 ข้างทางมีรูปปั้นพญานาค 7 เศียร หรือ “งูซวง” ตามภาษาท้องถิ่นทอดลำตัวเลื้อยเป็นเพื่อนไปจนสุดบันไดซึ่งนับรวมได้ 162 ขั้น
       
       จากนั้นไม่นาน เราก็จะผ่านซุ้มประตูหรือโคปุระชั้น1-2-3 เข้าสู่ส่วน มหาปราสาท สถานที่สำหรับเทพเจ้า ที่ถือเป็นศูนย์กลางของบรรดาอาคารสถานทั้งหมด โดยหน้าของปราสาทหันไปทางทิศเหนือ ซึ่งต่างจากปราสาททั่วไปที่หันไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าเป็นการหันหน้าเข้าหาถนนของเมืองพระนคร
       
       แม้ว่าในยุคปัจจุบันกาลเวลาและสงครามจะทำให้ปราสาทเขาพระวิหารทรุดโทรมลงไปอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นร่องรอยความยิ่งใหญ่และความงดงามของปราสาทแห่งนี้ก็ปรากฏอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นที่หน้าบัน ซุ้มประตู รวมถึงลวดลายสลักต่างๆ ที่ขอเพียงคนขึ้นไปเยือนใช้เวลาสังเกตและซึมซับสักนิดก็จะมองเห็น

ต้องเดินผ่านโคปุระชั้นต่างๆก่อนจึงจะถึงตัวปราสาทเขาพระวิหาร

       ส่วนบริเวณใกล้ๆกันทางด้านใต้ของปราสาทจะมี“เป้ยตาดี”จุดสูงสุดของยอดเขา ที่เมื่อมองลงไปก็จะเห็นทิวทัศน์อันงดงามของของเขตจังหวัดพระวิหารในกัมพูชา ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า“เขมรต่ำ”โดยคนเขมรจากแผ่นดินเบื้องล่างเมื่อมองขึ้นมาก็จะเห็น ปราสาทลอยโดดเด่นอยู่แต่ไกล นับเป็นความชาญฉลาดอย่างหนึ่งของสถาปนิกขอมโบราณที่ทำให้ปราสาทแห่งนี้ดูเปรียบดัง “วิหารสวรรค์” ที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้า
       
       ด้วยความสำคัญและความงดงามของปราสาทเขาพระวิหารทำให้ในอดีตมีผู้จาริกแสวงบุญจากทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะคนไทยและคนเขมรต่างก็เดินทางขึ้นมาสักการะบูชาเทพเจ้าไม่ได้ขาด โดยทุกคนต่างถือว่านี่คือสมบัติของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนในอดีตที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์เคารพและศรัทธาในความดีงาม
       
       ทว่าเจตนารมณ์อันดีงามของผู้สร้างก็ต้องถูกทำลายลงในยุคล่าอาณานิคม เมื่อฝรั่งเศสได้เข้ามาตีเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศใหม่ ทำให้เขาพระวิหารถูกแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนที่เป็นบันไดทางขึ้นนั้นอยู่ในเมืองไทย แต่ส่วนที่ปราสาทนั้นอยู่ในกัมพูชา พร้อมๆกับการหนุนหลังให้ประเทศกัมพูชาฟ้องร้องต่อศาลโลกจนเป็นเหตุให้ไทยต้องเสียอธิปไตยเหนือปราสาทเขาพระวิหารไปเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2505
       
       แต่กระนั้นเขาพระวิหารก็จำเป็นต้องขึ้นทางบันไดฝั่งไทย ทำให้การเปิด-ปิด การขึ้นไปชมความงามของปราสาทเป็นไปตามสถานการณ์การเมืองของไทยและกัมพูชา
       
       “เที่ยวรอบทิศ” ก็ไม่รู้ว่าหลังจากการเปิดครั้งนี้แล้วจะมีการปิดอีกเมื่อไหร่ เพราะปัจจุบันกัมพูชาได้จ้างบริษัทต่างชาติให้เข้าไปทำกระเช้าลอยฟ้าขึ้นเขาพระวิหารทางฝั่งประเทศตนเอง เพื่อเอาไว้บริการนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องผ่านทางขึ้นจากฝั่งไทย เมื่อนั้นอาจจะเกิดการปิดทางขึ้นเขาพระวิหารจากฝั่งไทยอย่างถาวรก็ได้
       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

       เขาพระวิหาร(ฝั่งไทย) ตั้งอยู่ใน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ขึ้นกับอุทยานฯเขาพระวิหาร สามารถไปได้ตามทางหลวงสาย 221 ผ่านบ้านภูมิซร็อล ก็จะถึงเขตอุทยานฯ สำหรับการขึ้นเขาไปชมปราสาทเขาพระวิหาร ต้องจ่ายเงินค่าผ่านด่าน 20 บาท ค่าธรรมเนียม 5 บาท(ฝั่งไทย) และค่าผ่านประตูอีก 50 บาท(ฝั่งกัมพูชา)สำหรับคนไทย ส่วนชาวต่างคนละ 200 บาท ซึ่งเป็นการเก็บเงินที่ซ้ำซ้อน โดยในขณะนี้ทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวศรีสะเกษกำลังหาทางแก้ไขปัญหาอยู่

ប្រភព៖ http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=2000000022141

Advertisements

មតិ»

No comments yet — be the first.

ឆ្លើយ​តប

Fill in your details below or click an icon to log in:

ឡូហ្កូ WordPress.com

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី WordPress.com របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

រូប Twitter

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Twitter របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

រូបថត Facebook

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Facebook របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

Google+ photo

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Google+ របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

កំពុង​ភ្ជាប់​ទៅ​កាន់ %s

%d bloggers like this: