jump to navigation

ตุกติกเขมร!! บิดเบือนแผนที่ไทยในเอกสารมรดกโลก ខែមិថុនា 24, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
trackback


แผนที่ฝรั่งเศสที่เผยแพร่เมื่อปี 2451 ที่กัมพูชาพยายาม “ไฮไล้ท์” เป็นพิเศษในเอกสารขอจดทะเบียนมรดกโลก มีการขยายแผนที่ส่วนแสดงที่ตั้งของปราสาทกับเส้นเขตแดนที่ไม่ได้ใช้สันปันน้ำในการปักปันให้เห็นอย่างเด่นชัด แผนที่นี้ปรากฏในหน้า 8 ของเอกสาร

ผู้จัดการออนไลน์– รัฐบาลกัมพูชาได้พยายามชี้ให้คณะกรรมการมรดกโลกเห็นว่า ปราสาทพระวิหารนั้นเป็นของกัมพูชาอย่างไร้ข้อกังขา โดยอ้างการตัดสินของศาลโลก ซึ่งได้ใช้แผนที่ของฝรั่งเศสเมื่อปี 2450 เป็นหลักฐานชี้ขาด
       
       แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลกัมพูชาได้ได้พยายามลดความน่าเชื่อถือต่อการกล่าวอ้างของอธิปไตยเหนือดินแดนพระวิหารของประเทศไทยอย่างตั้งใจ
       
       รัฐบาลกัมพูชาได้จงใจหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ที่ว่า ประเทศสยามได้ยื่นคัดค้านเรื่องนี้ต่อศาลโลกมาตั้งแต่เดือน ก.ค.2505 หรือประมาณ 1 เดือนหลังจากมีการตัดสินในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ยกปราสาทพระวิหารให้ตกเป็นของราชอาณาจักรกัมพูชา
       
       เหตุการณ์ดังกล่าวมีเอกสารเป็นหลักฐานครบถ้วน รวมแผนที่ประกอบที่ฝ่ายไทยใช้สันปันน้ำเป็นแนวเส้นพรมแดน
       
       ในขณะที่นำเสนอกระบวนการ วิธีการและผลการตัดสินของศาลระหว่างประเทศ และนำเสนอแผนที่ฉบับฝรั่งเศสที่มีการนำออกเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2451 แต่ทางการกัมพูชากลับพยายามลดความน่าเชื่อถือของแผนที่ประกอบอีกแผ่นหนึ่งที่ไทยจัดทำขึ้น


แผนที่ฝรั่งเศสภาคขยาย กับแผนที่ที่ไทยทำขึ้นอ้างอธิปไตย มาตราส่วน 1: 15,000 ที่กัมพูชากล่าวว่า ทำขึ้น “เมื่อเร็วๆ นี้” โดยเลี่ยงที่จะกล่าวถึงการอ้างอธิปไตยของไทยกับแผนที่ประกอบอีกฉบับหนึ่งที่ไทยยื่นประท้วงต่อศาลโลกตั้งแต่ปี 2505 ทั้งสองแผ่นปรากฏในหน้า 9 ของเอกสาร

แผนที่ฉบับดังกล่าวถูกบรรจุเอาไว้ในหน้าที่ 9 ของเอกสารข้อเสนอขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยใช้คำบรรยายใต้ภาพว่า เป็นแผนที่ที่ฝ่ายไทยจัดทำขึ้น “เมื่อเร็วๆ นี้”


แผนที่ที่กัมพูชานำเสนอบรรยายว่า ไทยจัดทำขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียว “เมื่อเร็วๆ นี้” ในความพยามย้ำให้เห็นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของกัมพูชาอย่างไร้ข้อโต้แย้ง โดยไม่ได้กล่าวถึงแผนที่ฉบับเดิมตามแนวสันปันน้ำเดียวกันที่ไทยนำเสนอต่อศาลโลกเป็นหลักฐานตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. 2505 เป็นความพยายาามในการบิดเบือนข้อเท็จจริง
       
       แต่ข้อเท็จจริงก็คือ แผนที่ที่ฝ่ายกัมพูชานำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกนี้เป็นแผนที่ที่จัดร่างขึ้นใหม่ทำให้เห็นแนวสันปันน้ำชัดเจนขึ้น โดยใช้สีระบายพื้นที่ที่ไทยกล่าวอ้างอธิปไตยรอบๆ เขตที่ตั้งปราสาท
       
       แต่การกล่าวอ้างอธิปไตย ตลอดจนการกำหนดแนวเส้นพรมแดนโดยยึดหลักสันปันน้ำตามหลักสากลนั้นมิใช่สิ่งใหม่ ประเทศไทยได้ยื่นแผนที่แบบเดียวกันนี้ต่อศาลโลกตั้งแต่เดือน ก.ค.2505 หรือ 46 ปีมาแล้ว
       
       การพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจจะส่งผลอย่างสำคัญต่อการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้พยายามชี้ให้เห็นว่า ปราสาทพระวิหารกับดินแดนทั้งหมด อยู่ในเขตอธิปไตยของไทยโดยปราศจากข้อโต้แย้ง และการกล่าวอ้างอธิปไตยของไทยก็เพิ่งจะมีขึ้น “เมื่อเร็วๆ นี้”

เอกสารข้อเสนอขอจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาซึ่ง “ผู้จัดการออนไลน์” ได้รับเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้นเป็นฉบับปรับปรุงล่าสุดในเดือน มิ.ย.ศกนี้ หลังจากไทยและกัมพูชาได้ร่วมกันลงนามในแถลงการณ์ร่วมฉบับหนึ่งในกรุงเทพฯ ในวันพุธ 11 มิ.ย. สนับสนุนการขอจดทะเบียนปราสาทพระวิหาร
       
       ในวันเดียวกันนั้นรัฐบาลไทยได้ให้การรับรองแผนที่ที่กัมพูชาจัดร่างขึ้นมาใหม่ ประกอบการเสนอจดทะเบียนปราสาทพระวิหาร แต่กระทั่งบัดนี้ทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่ได้เปิดเผยแผนที่ฉบับจริงที่ฝ่ายกัมพูชาจัดทำขึ้น
       
       และไม่มีการนำเสนอแผนที่ดังกล่าวในเอกสารที่กัมพูชายื่นเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกแต่อย่างไร
       
       นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยเคยให้สัมภาษณ์ว่า ต้องเก็บแผนที่ดังกล่าวเป็นความลับตามที่ฝ่ายกัมพูชาร้องขอ เนื่องจากอาจจะส่งผลกระทบต่อการเมืองภายในประเทศนั้น
       
       กำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชาวันที่ 27 ก.ค.นี้ และการหาเสียงอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้นในวันที่ 26 มิ.ย.ศกนี้


ภาพถ่ายจากมุมสูงที่ตั้งปราสาทพระวิหารจากปลายหน้าผาบริเวณ “เป้ยตาดี” มองเห็นแผ่นดินไทยลิบๆ อยู่ไกลโพ้น เส้นสีแดงขีดขึ้นใหม่แสดงให้เห็นแนวสันปันน้ำ ที่ควรจะเป็นเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชาตามหลักสากล ส่วนเส้นประสีน้ำเงิน เป็นแนวเส้นเขตแดนที่ไทยกล่าวอ้างมาตั้งแต่ปี 2505 มิใช่เพิ่งจะยกขึ้นมากล่าวอ้าง “เมื่อเร็วๆ นี้” ตามที่กัมพูชาพยายามจะให้ฝ่ายต่างๆ เข้าใจ

รัฐบาลกัมพูชาภายใต้สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุนเซน (Samdach Akkak Moha Sena Pdei Techo Hun Sen) นายกรัฐมนตรี ได้เริ่มเจรจากับไทยเรื่องการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกมาตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งเป็นรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
       
       ในปี 2549 กัมพูชาได้ยื่นเอกสารข้อเสนอฉบับหนึ่งต่อคณะกรรมการมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่คณะกรรมการฯ ซึ่งประชุมในประเทศนิวซีแลนด์ได้ตีกลับข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชาเนื่องจากยังมีข้อพิพาทเรื่องนี้กับประเทศไทย
       
       ได้มีการเจรจาเรื่องการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ระหว่างการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของนายสมัคร สุนทรเวช ในเดือน มี.ค.ปีนี้ และอีกครั้งหนึ่งรวมทั้งการเยือนของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กับนายนพดล ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อฝ่ายไทยไปร่วมพิธีเปิดใช้ทางหลวงเลข 48 เกาะกง-สีหนุวิลล์-พนมเปญ ที่สร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากไทยเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท
       
       การเจรจาความคืบหน้ามาเป็นลำดับและอย่างรวดเร็วมาก จนกระทั่งฝ่ายไทยได้เปิดทางให้กัมพูชาดำเนินการได้อย่างสะดวกในวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา


ทุกอย่างง่ายขึ้นเมื่อนายสมัคร สุนทรเวช ไปเยือนในต้นเดือน มี.ค.ปีนี้หลังเข้ารับตำแหน่ง สมเด็จฯ ฮุนเซน ผู้นำกัมพูชายกย่องอย่างสูงรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่แปลงสภาพไปจากพรรคไทยรักไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ตนเองมีความสนิทสนมและยังติดต่อกันตลอดเวลา หลังหมดอำนาจในปี 2549


คณะของไทยที่นำโดย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ กับ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้รับการต้อนรับอบอุ่นจากสมเด็จฯ ฮุนเซน ในพิธีเปิดใช้ทางหลวงเลข 48 เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ อนุมัติเงินช่วยเหลือกัมพูชากว่า 1,000 ล้านบาท ในการสร้างทางหลวงสายนี้ เพื่อเชื่อม จ.ตราด-เกาะกง-สีหนุวิลล์และกรุงพนมเปญ


นายนพดลกับสมเด็จฯ ฮุนเซนอยู่ตรงกลาง ซีกขวาคือ นายฮอร์นำฮอง รองนายกฯ-รมว.ต่างประเทศ และ เอกอัครราชทูตไทยฯ ปีกซ้ายคือ โสกอาน รองนายกฯ คู่เจรจราเรื่องปราสาทพระวิหาร พล.อ.เตียบัญ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.แญ็ก บุญชัย เลขาธิการพรรคฟุนซินเปก ที่ร่วมในรัฐบาลปัจจุบัน

คณะกรรมการมรดกโลกกำลังจะเปิดการประชุมอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 2 ก.ค.ศกนี้ ขณะที่ศิลปินและวุฒิสมาชิกจำนวนหนึ่งกำลังยื่นคัดค้านเรื่องนี้ต่อสำนักคณะกรรมาธิการการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ในกรุงเทพฯ
       
       ขณะเดียวกันกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อประชาชนที่จัดชุมนุมใหญ่ต่อต้านรัฐบาลมาเป็นเวลา 1 เดือน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อขอการคุ้มครองให้มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มีผลบังคับใช้เป็นการชั่วคราว.

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074169

Advertisements

មតិ»

No comments yet — be the first.

ឆ្លើយ​តប

Fill in your details below or click an icon to log in:

ឡូហ្កូ WordPress.com

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី WordPress.com របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

រូប Twitter

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Twitter របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

រូបថត Facebook

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Facebook របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

Google+ photo

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Google+ របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

កំពុង​ភ្ជាប់​ទៅ​កាន់ %s

%d bloggers like this: