jump to navigation

งุบงิบได้ใจ..“ฮุนเซน” ยังไม่คายแผนที่พระวิหาร ខែមិថុនា 23, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
trackback


ปราสาทพระวิหารกับอาณาบริเวณความยาวกว่า 800 เมตรจากชะง่อนผา ซึ่งเป็นแนวสันปันน้ำที่ควรจะเป็นเส้นพรมแดนธรรมชาติไทย-กัมพูชา ตามหลักสากล ทั้งที่ตั้งและอาณาบริเวณโดยรอบจึงเป็นกรณีพิพาทมายาวนานเกือบครึ่งศตวรรษ แม้ว่าศาลโลกจะตัดสินให้ปราสาทเก่าแก่อายุกว่า 1,000 ปี ตกเป็นของกัมพูชาไปแล้วก็ตาม
ผู้จัดการออนไลน์ — คณะกรรมาธิการการต่างประเทศรัฐสภากัมพูชาทนไม่ไหว รัฐบาลไม่โปร่งใสกรณีเซ็นแถลงการณ์ร่วมกับไทยโดยไม่ปรึกษารัฐสภา และ จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผย “แผนที่ปริศนา” ที่เสนอประกอบการจดทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
       
       นายสนชัย (Son Chhay) ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ซึ่งเป็น ส.ส.พรรคสมรังสี พรรคฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวในขณะนี้ได้เรียกร้องให้รัฐบาลของสมเด็จฯ ฮุนเซน เปิดเผยแผนที่ซึ่งฝ่ายกัมพูชาจัดร่างขึ้น และนำไปเสนอให้ฝ่ายไทยอนุมัติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
       
       ไม่มีการเปิดเผยแผนที่ฉบับดังกล่าวจากฝ่ายไทยเช่นเดียวกัน นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีการต่างประเทศให้สัมภาษณ์รายการข่าวสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 97 เมกะเฮิรส สัปดาห์ที่แล้วระบุว่า ได้รับการร้องขอจากรัฐบาลกัมพูชาให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะอาจจะกระเทือนถึงสถานการณ์การเมืองภายในประเทศนั้นได้
       
       รมว.ต่างประเทศของไทย กล่าวด้วยว่า หากเกิดความไม่เข้าใจกันขึ้น ก็อาจจะมีนำไปสู่การเผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญอีก “แล้วใครจะรับผิดชอบ?”
       
       วันพุธสัปดาห์ที่แล้วไทยกับกัมพูชาได้ร่วมกันลงนามในแถลงการณ์ร่วมฉบับหนึ่งเกี่ยวกับการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกซึ่งไทยให้การรับรองแผนที่ที่ฝ่ายกัมพูชานำเสนอ และสองฝ่ายยังเก็บเป็นความลับจนกระทั่งบัดนี้

ดั้งเดิมเมื่อยื่นขอจดทะเบียนปี 2549 กัมพูชาจะจดทะเบียนปราสาทกับอาณาบริเวณโดยรอบพื้นที่กว่า 10 ตร.กม. เป็นมรดกโลก โดยยึดเส้นพรมแดน (เส้นประหนาสีม่วงแดง) ตามแผนที่ที่ฝรั่งเศสที่ขึ้นเมื่อ 100 ปีมาแล้ว
แต่ประเทศไทยได้ยืนยันในแนวเส้นเขตแดนที่สันปันน้ำมาตลอด 46 ปี มิใช่เพิ่งจะหยิบยกขึ้นมาเป็นกรณีพิาพาท ในช่วงที่กัมพูชาขอจดทะเบียนปราสาทพระวิหารกับอาณาบริเวณโดยรอบเป็นมรดก คณะกรรมาธิการรัฐสภากัมพูชาเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยแผนที่ที่ “งุบงิบ” นำเสนอต่อไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  รมว.การต่างประเทศของไทย ยืนยันว่า การจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของฝ่ายกัมพูชาไม่ส่งผลกระทบต่อเขตพื้นที่อาณาบริเวณโดยรอบ ที่ไทยกล่าวอ้างอธิปไตยแต่อย่างไร และผู้แทนของฝ่ายทหารก็ยืนยันว่าไม่กระทบต่อเขตแดนไทย
       
       แต่หลายฝ่ายกล่าวว่า การยอมรับให้นำปราสาทหินอายุกว่า 1,000 ปีเข้าจดทะเบียนเป็นมรดกโลก จะส่งผลต่อการเจรจาปักปันเขตแดน ซึ่งตลอด 46 ปีที่ผ่านมาไทยได้ยืนยันอธิปไตยเหนือดินแดนโดยรอบปราสาท อันเป็นดินแดนที่อยู่ในเขตสันปันน้ำตามหลักสากล
       
       สำหรับกัมพูชานั้น นักวิเคราะห์กล่าวว่า เป็นครั้งแรกในระยะเวลากว่า 46 ปี ที่ไทยยอมรับอย่างเป็นทางการว่า ปราสาทพระวิหารกับผืนดินที่ตั้งอยู่เป็นของกัมพูชาโดยสมบูรณ์ แม้ว่าอาณาบริเวณทั้งหมด รวมทั้งผืนดินโดยรอบๆ จะอยู่ในเขตสันปันน้ำของไทยก็ตาม
       
       ศาลโลกในกรุงเฮกได้พิพากษาวันที่ 15 มิ.ย.2505 ให้ปราสาทพระวิหารกับผืนดินที่ตั้งตกเป็นของกัมพูชา โดยยึดแผนที่ฝรั่งเศส-สยามเมื่อปี 1907 อ้างอิง
       
       แผนที่ดังกล่าวไม่ได้ใช้สันปันน้ำในการแบ่งเขตแดนซึ่งผิดหลักสากลในการปักปันเขตแดน และไทยได้ยื่นประท้วง พร้อมทั้งยืนยันสิทธิที่จะโต้แย้งเกี่ยวกับเส้นเขตแดนช่วงนี้มาตั้งแต่เดือน ก.ค.2505 
โคปุระชั้น 1 ที่อยู่ติดกับองค์ปราสาท ยังคงสภาพเป็นห้องโถงใหญ่ให้เห็น สภาพงดงาม กัมพูชาหวังว่าการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจะได้รับความช่วยเหลือมในการฟื้นฟูบูรณะขึ้นมาใหม่เช่นเดียวกันกับปราสาทเก่าแก่อีกหลายหลังในขณะนี้ขณะเดียวกันผู้อ่านหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ในกัมพูชากำลังรอคอยการแถลงของรัฐบาลอย่างกระวนกระวายใจ ขณะที่เฝ้าติดตามการชุมนุมประท้วงของคนหลายหมื่นที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลในกรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด
       
       อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในกัมพูชากล่าวว่า นายกรัฐมนตรีสมเด็จฯ ฮุนเซน จะ “ประกาศชัยชนะ” ที่สามารถฟันฝ่ายอุปสรรคนำปราสาทพระวิหารเข้าจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจนสำเร็จ ระหว่างการหาเสียงครั้งใหญ่สำหรับการเลือกตั้งวันที่ 27 ก.ค.ศกนี้
       
       ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังพิธีเปิดใช้ทางหลวงเลข 48 สายเกาะกง-สีหนุวิลล์-พนมเปญ ซึ่งสร้างขึ้นโดยความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย สมเด็จฯ ฮุนเซนก็ได้ประกาศว่า ทั้งหมดเป็นผลงานของรัฐบาลภายใต้การนำของตนเอง
       
       สัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการนำเอกสารข้อเสนอจดทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลกความยาว 47 หน้าออกเผยแพร่ เป็นฉบับล่าสุดที่ออกภายหลังมีการลงนามในแถลงการณ์ไทย-กัมพูชาในกรุงเทพฯ ในนั้นได้กล่าวถึงเพียงรายละเอียดที่มาที่ไปของแผนการ

บริเวณโคปุระชั้น 3 ที่อยู่กึ่งกลางจากบันได 149 ขั้นไปยังทางเดินสายหลักกับองค์ปราสาทใหญ่ ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดและยังคงสภาพดีที่สุดในบรรดาโคปะรุทั้ง 5 หลัง การเดินทางไปชมปราสาทพระวิหารต้องขึ้นจากดินแดนไทย หรือไม่ก็จะต้องไต่หน้าผาทางฝั่งกัมพูชาขึ้นไปตามความลาดราว 500 เมตรไม่มีการเปิดเผยแผนที่ฉบับใหม่ในเอกสารดังกล่าว โดยระบุในส่วนที่เกี่ยวข้องแต่เพียงว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ตกลงที่จะไม่กำหนด “เขตกันชน” (Buffer Zone) โดยรอบเพื่อนำเข้าจดทะเบียนด้วย
      

       ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศรัฐสภา กล่าวว่า สาธารณชนต่างข้องใจและสงสัยว่า แผนที่ที่รัฐบาลจัดทำและนำไปเสนอต่อฝ่ายไทยนั้น อาจจะไม่ได้ยึดถือแผนที่ที่ฝรั่งเศสทำเอาไว้เมื่อกว่า 100 ปีก่อนในการอ้างอิง
      
       คณะกรรมการมรดกโลกมีกำหนดประชุมพิจารณาข้อเสนอของกัมพูชาในวันที่ 2 ก.ค.ศกนี้ ในนครควีเบ็ค แคนาดา
      

ภาพ: เอกสารเสนอจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000073214

Advertisements

មតិ»

No comments yet — be the first.

ឆ្លើយ​តប

Fill in your details below or click an icon to log in:

ឡូហ្កូ WordPress.com

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី WordPress.com របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

រូប Twitter

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Twitter របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

រូបថត Facebook

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Facebook របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

Google+ photo

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Google+ របស់​អ្នក​។ Log Out / ផ្លាស់ប្តូរ )

កំពុង​ភ្ជាប់​ទៅ​កាន់ %s

%d bloggers like this: