jump to navigation

โฆษกไทยโต้เขมรบนเขาพระวิหาร ฮา..ไม่เครียด ខែ កក្កដា 27, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment

ผู้จัดการออนไลน์– ขณะที่โฆษกกัมพูชาบอกป่าวกับชาวโลก ว่า สถานการณ์ที่เขาพระวิหารตึงเครียดมาก และร้องขอให้สหประชาชาติจัดประชุมเรื่องนี้เป็นการฉุกเฉิน นายธฤต จรุงวัฒน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวในวันพฤหัสบดี ว่า สถานการณ์ไม่ได้ตึงเครียด ทหารของสองฝ่ายกันอยู่กันอย่างสงบและยังรับประทานอาหารด้วยกันอีกด้วย
       
       “มันเป็นการเผชิญหน้าทางทหารอย่างสงบ มันเหมือนกับไปปิกนิก พวกเขาพูดคุยกันและรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์
       
       สัปดาห์นี้กัมพูชาได้พยายามทำให้กรณีพิพาทเขตแดนกับไทย กลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ การประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ กลุ่มอาเซียนคัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นปัญหาของสองประเทศและควรจำกัดวงเอาไว้แค่ระดับภูมิภาคนี้
       
       ตอนบ่ายวันพฤหัสบดี (24 ก.ค.) นายเขียว กัญฤทธิ์ รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าวกัมพูชา ยืนยันรายงาน ที่ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศไทยและกัมพูชาจะกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาอีกรอบหนึ่งเร็วๆ นี้ โดยสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรียืนยันว่าได้หารือกับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของไทยแล้ว
       
       “นายกรัฐมนตรีฮุนเซน บอกกับผมด้วยว่าจะถอนเรื่องออกจากสหประชาชาติ” สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงพนมเปญอ้างการาให้สัมภาษณ์ของนายเขียว
       
       วันอังคารที่ผ่านมา รัฐบาลกัมพูชาได้ร้องขอไปยังสหประชาชาติ ขอให้คณะมนตรีความมั่นคงฯ หรือ UNSC (UN Security Council) เปิดประชุมพิจารณาสถานการณ์ตึงเครียดที่ชายแดนกับไทยเป็นกรณีฉุกเฉิน เวียดนามซึ่งเป็นประธานการประชุม ได้บรรจุเข้าวาระประชุมวันพฤหัสบดี แต่สมาชิก 15 ประเทศ มีหลายประเทศไม่เห็นด้วยเนื่องจากไม่พร้อมด้านข้อมูล
       
       ตามรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ เวียดนามได้พยายามเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันศุกร์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน จนกระทั่งมีปฏิกิริยาจากกลุ่มอาเซียน ซึ่งทำให้กัมพูชาต้องถอนคำร้องออกไปในที่สุด

เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำ UNSC นายเลเลืองมิง (Le Luong Minh) ซึ่งเป็นประธานการประชุมในเดือนนี้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ ว่า การพิจารณากรณีตึงเครียดไทย-กัมพูชา อาจจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
       
       นายฌ็อง-มอรีซ์ ริแปร์ต (Jean-Maurice Ripert) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสกล่าวว่า UNSC จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้เพราะเป็นองค์กรที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงและการทหาร ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในวันพฤหัสบดี
       
       เอกอัครราชทูตทั้งสองประเทศให้สัมภาษณ์ในนครนิวยอร์ก โดยที่ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลกัมพูชากำลังจะถอนคำร้องออกไป
       
       ขณะเดียวกัน ในกลุ่มอาเซียน นายจอร์จ เยียว (George Yeo) รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม ให้สัมภาษณ์ในวันเดียวกันว่า “ ยังไม่ถึงเวลา” ที่จะนำกรณีไทย-กัมพูชาเข้าสู่การเจรจาระดับนานาชาติเพราะเป็นเรื่องสองฝ่าย ที่ควรจำกัดวงให้อยู่ในระดับภูมิภาค
       
       สิงคโปร์ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการประจำกลุ่มอาเซียนเป็นวันสุดท้าย และได้ส่งมอบเอกสารต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยได้ทำหน้าที่สืบแทนในวันเดียวกัน

ขณะเดียวกัน สมาชิก 27 ประเทศของกลุ่มประชุม ASEAN Regional Forum หรือ ARF ซึ่งเป็นเวทีหารือเกี่ยวกับความมั่งคงปลอดภัย ได้เรียกร้องให้ไทยกับกัมพูชาความอดทนและอดกลั้นอย่างถึงที่สุดในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
       
       เมื่อวันจันทร์กัมพูชาได้ขอร้องให้สิงคโปร์จัดการประชุมนัดพิเศษเพื่อช่วยหาทางปลดชนวนสถานการณ์ตึงเครียดกับไทย โดยขอให้มีสมาชิกเข้าร่วมเพียง 6 ชาติ คือ กัมพูชา ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และ ลาว
       
       แต่ไทยคัดค้านคำร้องขอนี้ โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องทวิภาคี และในวันอังคาร รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ ได้จัดประชุมหาอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างรับประทานอาหารเที่ยง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปอะไรได้
       
       ท่าทีของไทยที่ต้องการเจรจาเรื่องนี้กับกัมพูชาแบบทวิภาคี ได้รับการสนับสนุนจากจีน รัสเซีย สหรัฐฯ และอินโดนีเซีย รวมทั้งเวียดนามในที่สุดโฆษกของไทยกล่าวกับรอยเตอร์

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000087433

โฆษกเขมรด่าเช้าด่าเย็นแถมสอนมวย “สมัคร” ខែ កក្កដា 27, 2008

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.
add a comment

ผู้จัดการออนไลน์ — ขณะที่ฝ่ายไทยตอบ แทบจะไม่ได้เคลื่อนอะไรตอบโต้การกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชานั้น โฆษกรัฐบาลในกรุงพนมเปญ รุกปฏิบัติการทางจิตวิทยาอีกครั้งหนึ่ง ออกป่าวประกาศชาวโลก กล่าวหาว่า ไทยมีเจตนาจะคงทหารเอาไว้บนเขาพระวิหารตลอดไป เพื่อครอบครองแบบปกปัก (de facto occupation)
       
       นายเขียว กัญฤทธิ์ (Khieu Kanharith) รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าวกัมพูชา ระบุดังกล่าวระหว่างเปิดแถลงอย่างเป็นทางการกับสื่อต่างๆ ในกรุงพนมเปญ วันพฤหัสบดี (24 ก.ค.) ขณะที่ยังหวังว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) จะนำกรณีการเผชิญหน้าทางทหารกับไทย เข้าพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วน ซึ่งคาดว่า จะเป็นวันจันทร์ (28 ก.ค.)
       
       นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ จะเดินทางไปร่วมการประชุมดังกล่าวด้วยตัวเอง หลังจากส่งผู้ช่วยรัฐมนตรีคนหนึ่งเดินทางล่วงหน้าไปแล้วเมื่อวันพุธ ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวเอเคพี (Agence Kampuchean-Presse) ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐบาล
       
       กัมพูชาได้เตรียมภาพถ่ายเกี่ยวกับ “การรุกรานและการยึดครอง” ดินแดนของกัมพูชาโดยทหารไทย ตลอดจนเอกสารจำเป็นต่างๆ พร้อมและได้ส่งถึงคณะมนตรีความมั่นคงฯ รวมทั้งองค์การยูเนสโก เรียกร้องให้ทั้งสองหน่วยงานนี้หาทางคลี่คลายปัญหาการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสองประเทศ
       
       “เรายังยืนกรานที่จะให้ทั้งสองฝ่ายกลับคืนสู่สถานภาพเดิมก่อนวันที่ 15 ก.ค.2551” นายเขียวกล่าว ซึ่งหมายถึงก่อนที่ทหารไทยจะเคลื่อนกำลังเข้าสู่วัดแห่งหนึ่งบนเนินเขาพระวิหาร เพื่อติดตามชาวไทย 3 คนที่ถูกเจ้าหน้าที่เขมรจับกุมไปในข้อหา “เข้าเมืองโดยไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง”
       
       ต่อคำกล่าวของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีไทย ที่ว่า รัฐบาลกัมพูชากำลังใช้กรณีเขาพระวิหาร เป็นเครื่องมือในการหาเสียงเลือกตั้งนั้น และจะเจรจาอีกครั้งหนึ่งหลังเลือกตั้งวันที่ 27 ก.ค.ผ่านพ้นไปนั้น นายเขียว ตอบสวนกลับไปว่า ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเลือกตั้งกัมพูชาก็จะยังคงจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ต่อมาในวันเดียวกัน กัมพูชาได้ยอมถอนคำร้องออกจากที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงฯ เนื่องสมาชิกทั้ง 15 ชาติ มีหลายชาติมีข้อมูลไม่พร้อม ได้รับแจ้งอย่างกะทันหันจากประธานที่ประชุมซึ่งเป็นเอกอัครราชทูตเวียดนาม ประจำ UNSC นั่นเอง
       
       ความพยายามของกัมพูชาที่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ แทนที่จะเป็นกรณีพิพาทสองฝ่ายกับเพื่อนบ้าน คือ ประเทศไทย ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเมื่อกลุ่มสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่เห็นด้วย และเห็นพ้องกับท่าทีของไทยที่ต้องการแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านการเจรจาทวิภาค
       
       นายจอร์จ เยียว (Goerge Yeo) รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ซึ่งวันพฤหัสบดีนี้ทำหน้าที่ “ประธาน” กลุ่มอาเซียนเป็นวันสุดท้าย ให้สัมภาษณ์ว่า “เร็วเกินไปที่จะนำกรณีพิพาทเข้าสู่สหประชาชาติ”
       
       นอกจากนั้น บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศ ที่เข้าร่วมการประชุมว่าด้วยความมั่นคงระดับภูมิภาคกับอาเซียน หรือ ASEAN Regional Forum หรือ ARF ซึ่งรวมทั้ง นางคอนโดลิซซา ไรซ์ ของสหรัฐฯ ต่างก็เห็นพ้องที่จะให้ไทยกับพูชากลับคืนสู่โต๊ะเจรจาหาทางแก้ปัญหาอย่างสันติ
       
       เมื่อวันจันทร์ กัมพูชาได้ขอร้องให้สิงคโปร์จัดการประชุมนัดพิเศษ เพื่อช่วยหาทางปลดชนวนสถานการณ์ตึงเครียดกับไทย โดยขอให้มีประเทศสมาชิกเข้าร่วมเพียง 6 ชาติ คือ กัมพูชา ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และลาว แต่ถูกไทยคัดค้าน

 วันอังคาร (22 ก.ค.) รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ จึงได้จัดประชุมหารือวงกว้างอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างรับประทานอาหารเที่ยง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปอะไรได้
       
       “เราจะทำอย่างสุดความสามารถผ่านการเจรจาสองฝ่าย หลายฝ่าย และการเจรจาระดับนานาชาติ เพื่อหาทางปลดชนวนหรือจัดการมิให้การเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสองประเทศลุกลามบานปลาย” นายเขียว กล่าว
       
       “การก้าวร้าวรุกรานของไทยนั้น หนักหน่วงรุนแรงและข่มขู่คุกคามต่อสันติภาพกับเสถียรภาพในภูมิภาค ละเมิดต่อหลักการและกฎหมายระหว่างประเทศทั้งมวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบันทึกช่วยความจำเพื่อความเข้าใจระหว่างสองประเทศเกี่ยวกับเส้นเขตแดนร่วม” โฆษกกัมพูชากล่าว

ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000087356