UN Security Council to discuss Thai-Cambodia dispute ខែ កក្កដា 23, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in News.add a comment
BANGKOK: The UN Security Council is expected to discuss a tense military standoff between Cambodia and Thailand on Thursday, Thailand’s ambassador to the United Nations said Wednesday.
Don Pramudwinai said the Security Council meeting on Thursday is set to discuss the week-long issue involving troops from both countries facing off near an ancient temple on their border.
“ I have been informed that the UN has included Preah Vihear (temple) on the emergency agenda to be discussed at the Security Council meeting tomorrow (Thursday),” he told reporters.
The comments follow a call from the Cambodian government on Tuesday for the world body to help broker a solution to the standoff.
Two days of diplomacy between the countries failed to make any headway in the controversy centred on disputed land around the ruins of the 11th century Hindu temple overlooking Cambodia’s jungle.
More than 500 Thai troops are facing off against at least 1,000 Cambodian soldiers over the small patch of land near the temple, that belongs to Cambodia but has sparked decades of tensions with Thailand.
Thailand’s chief negotiator to the crisis called for a leaders’ summit, saying an existing General Border Committee (GBC) of officials from the two countries would not be enough to solve the problem.
“ It’s unlikely that the conflict could be settled at the GBC meeting,” he told reporters.
“ At this stage I think it’s rather the leaders who must hold a summit as they are the decision makers,” Boonsrang said, adding that Thai troops had been ordered to remain peaceful.
Thailand and Cambodia both claim their soldiers remain on their own soil, stationed by a small Buddhist pagoda at the foot of the mountain leading to the Preah Vihear temple.
Boonsrang also said there was now urgent need for Thailand to appoint a new foreign minister to tackle the dispute after Noppadon Pattama resigned in a legal battle two weeks ago.
The dispute erupted after three nationalist Thai protesters were arrested last week for jumping a barbed-wire fence to reach the temple, prompting armed troops to head to the border.
The World Court ruled in 1962 that Preah Vihear belongs to Cambodia. But the easiest entrance to the temple lies in Thailand.
ប្រភព៖ http://www.channelnewsasia.com/stories/afp_asiapacific/view/362178/1/.html
เขมรขวัญอ่อนหาทหารไทยครึ่งหมื่นตรึงชายแดน ខែ កក្កដា 23, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.add a comment

กองกำลังเฉพาะกิจของไทยลาดตระเวณในเขตวนอุทธยานแห่งชาติพระวิหารในเขตแดนของไทย ภาพถ่ายวันที่ 22 ก.ค.2551 เจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชากล่าวหาว่าไทยส่งทหารกว่า 4,000 คนเสริมเข้าไปในแนวชายแดนด้านนี้ (ภาพ: Reuters)
ผู้จัดการออนไลน์– เจ้าหน้าที่กัมพูชากล่าวหาว่า ไทยได้ระดมกำลังทหารราว 4,000 คน ตั้งมั่นเรียงรายตามแนวชายแดนด้านปราสาทพระวิหารกับเมืองอันลองแวง (Anlong Veng) ที่อยู่ถัดไปทางทิศตะวันตก ขณะที่ทหารไทยกว่า 500 คนยังคงเผชิญหน้ากับฝ่ายกัมพูชาในเขตพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตรบนเขาพระวิหาร
นายฟาย สิฟาน (Phay Siphan) โฆษกคนประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้สัมภาษณ์ดังกล่าวบนเขาพระวิหารเมื่อวันอังคาร (22 ก.ค.) ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี
” ตอนนี้มีกำลังทหารไทยราว 1,000 นายอยู่ทางฝั่งไทย มีการเสริมกำลังขึ้นที่นั่น” นายสีฟานกล่าว พร้อมประมาณว่าถึงปัจจุบันมีทหารไทยราว 4,000 นายตั้งมั่นอยู่ในเขตไทตลอดแนวชายแดนด้านนี้
กองทัพไทยปฏิเสธเรื่องนี้มาโดยตลอด
” ไทยไม่ได้เสริมกำลังเข้าสู่ชายแดน” เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของ พ.อ.ศิริชาญ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก
” เรายังคงกำลังเอาไว้เท่าเดิม มีทหารกว่า 400 คนถูกส่งเข้าไปยังพื้นที่ทับซ้อน” โฆษกคนเดียวกันกล่าว
แหล่งข่าวฝ่ายกัมพูชากล่าวว่าทั้งสองฝ่ายต่างเสริมกำลังทหารและอาวุธหนักเข้าไปในจุดที่ใกล้กับชายแดนด้าน อ.อันลองแวง จ.อุดรมีชัย (Oddor Meanchey) อันเป็นเขตฐานที่มั่นเก่าของฝ่ายเขมรแดง ที่มีดินแดนพิพาทอยู่อีกอาณาบริเวณหนึ่ง
” ที่อันลองแวงมีทหารไทยมากกว่าที่นี่ (พระวิหาร) มีรถถังกับปืนใหญ่ด้วย” นายทหารเขมรที่ไม่ต้องการให้ระบุชื่ออีกคนหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพี
แต่นายทหารกัมพูชาก็ยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายต่างเสริมกำลังเข้าสู่เขตชายแดน
ที่ จ.บ้านใต้มีชัย (Banteay Meanchey) พล.ต.ฮุนเฮียน (Hun Hean) หัวหน้าตำรวจจังหวัดกล่าวว่า ฝ่ายไทยได้ส่งทหารเข้าประจำชายแดนแถบนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 600 นาย ตั้งแต่การเชิญหน้าบนเขาพระวิหารเริ่มขึ้นวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา
การเผชิญหน้าเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายกัมพูชาจับผู้ประท้วงชาวไทยไป 3 คน ฐาน “ เข้าเมืองโดยไม่ผ่านด่านตรวจคนเจ้าเมือง” ทำให้เจ้าหน้าที่ไทยกับกำลังทหารส่วนหนึ่งติดตามเข้าไปยังเขตวัดแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเนินเขา บนเส้นทางขึ้นไปยังปราสาทพระวิหารซึ่งไทยกล่าวว่าอยู่ในดินแดนของไทย แต่กัมพูชากล่าวว่าเป็นดินแดนของกัมพูชา
การประชุมเจรจาหาทางคลี่คลายปัญหาที่ อ.อรัญประเทศเมื่อวันจันทร์ล้มเหลว แต่ผู้นำทหารระดับสูงของสองฝ่ายต่างให้คำมั่นที่จะไม่ใช้กำลังอาวุธในเขตแดนพิพาทและระหว่างการเผชิญหน้า.
ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000086697
คณะมนตรี UN ถกไทย-กัมพูชาพฤหัสฯ นี้ ខែ កក្កដា 23, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.add a comment

ผู้จัดการออนไลน์– คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีเวียดนามทำหน้าที่ประธานการประชุม กดปุ่มปุ๊บติดปั๊บโดยมีกำหนดหารือสถานการณ์ความตึงเครียดไทย-กัมพูชาวันพฤหัสบดี (24 ก.ค.) นี้ หลังจากฝ่ายกัมพูชาร้องขอไปเมื่อวันอังคาร (22 ก.ค.)
นายดอน ปรมัตวินัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติเปิดเผยเรื่องนี้ในกรุงเทพฯ ในวันพุธ
” ผมได้รับรายงานว่าสหประชาชาติได้นำกรณีปราสาทพระวิหารบรรจุเข้าวาระเร่งด่วน ซึ่งจะมีการหารือในคณะมนตรีความมั่นคงในวันพรุ่งนี้ (พฤหัสบดี)” สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของนายดอนในกรุงเทพฯ
ยังไม่ทราบในขณะนี้ว่าคณะมนตรีความมั่นคง หรือ UNSC (UN Security Council) จะมีข้อมติออกมาอย่างไรหรือในแนวใด ซึ่งสมัชชาใหญ่สหประชาชาติจะต้องดำเนินการตามนั้น
การเจรจาระดับคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา โดยนายทหารระดับสูงของทั้งสองฝ่าย ที่ อ.อรัญประเทศเมื่อวันจันทร์ ไม่สามารรถคลี่คลายปัญหาได้
อย่างไรก็ตามสองฝ่ายได้ให้คำมั่นจะไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ ขณะที่ทหารกัมพูชากงว่า 1,000 นายกำลังเผชิญหน้ากับทหารไทยประมาณ 500 นายในเขตวัดแห่งหนึ่งใกล้กับปราสาทพระวิหาร
(ยังมีต่อ)
ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000086713
“ สุรินทร์” ยันไทยเจ๋งพร้อมเป็นประธานอาเซียน ខែ កក្កដា 23, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.add a comment
ผู้จัดการออนไลน์– ถึงแม้จะมีกรณีพิพาทกับกัมพูชาเรื่องพรมแดน และ ยังไม่มีรัฐมนตรีต่างประเทศในขณะนี้ แต่ไทยก็พร้อมที่จะขึ้นทำหน้าที่ “ ประธาน” สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อจากสิงคโปร์
กลุ่มภูมิภาคนี้มีข้อตกลงให้ประเทศสมาชิกหมุนเวียนตามลำดับตัวอักษรเข้าทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการประจำอาเซียน (ASEAN Standing Committee) คราวละ 1 ปี โดนเรียงตามลำดับอักษร
ประเทศไทย (อักษร T) จะขึ้นทำหน้าที่ ในวันศุกร์นี้ ถัดไปก็จะเป็นเวียดนาม (อักษร V)
เพราะฉะนั้นตลอดเวลา 1 ปีข้างหน้า ไทยจะเป็นศูนย์กลางการจัดการให้เป็นไปตามระเบียบวาระต่างๆ รวมทั้งการประชุมปีละหลายสิบคณะ ที่จะจัดขึ้นทั้งภายในประเทศและในประเทศสมาชิกอื่นด้วย รวมทั้งการนำพิจารณาแก้ไขปัญหาต่างๆ ในระดับภูมิภาค
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวว่าประเทศไทยซึ่งเป็นสมาชิกร่วมก่อตั้งกลุ่มอาเซียนมาตั้งแต่ปี 2510 มีประสบการณ์เพียบพร้อมในวงการทูตแห่งภูมิภาค
” ผมคิดว่าไทยมีความเชี่ยวชาญและมีประกบการณ์กับความมั่นใจ และบรรดาเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ประจำก็มีประสิทธิภาพสูงมากมาก ไม่มีอะไรน่าห่วง” นายสุรินทร์กล่าว
อย่างไรก็ตามทหารไทยราว 500 คนกำลังเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชากว่า 1,000 คน บนเขาพระวิหาร ขณะที่กัมพูชาร้องเรียนให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเปิดการประชุมฉุกเฉินพิจารณาสถานการณ์ตึงเครียด และ ยังร้องขอให้รัฐมนตรีอาเซียนประชุมหารือเรื่องนี้เป็นวาระพิเศษ
รัฐมนตรีอาเซียนได้หารือเรื่องนี้ระหว่างรับประทานอาหารเที่ยงเมื่อวันอังคาร (22 ก.ค.) และ นายจอร์จ เยียว (George Yeo) รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประธานการประชุมออกคำแถลงในเวลาต่อมาระบุว่าบรรดารัฐมนตรียังไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาพิพาทได้ แต่ทั้งไทยและกัมพูชาต่างให้คำมั่นจะพยายามอย่างยิ่งยวดในการทางออกอย่างสันติ
นายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งได้เป็นตัวแทนจากไทยไปร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ขณะที่กัมพูชาส่งนายกาวกิมฮูร์น (Kao Kim Hourn) ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการไปร่วม.
ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000086671
អង្គការសហប្រជាជាតិសម្តែងការបារម្ភអំពីជម្លោះពាក់ព័ន្ធនឹងព្រះវិហារ ខែ កក្កដា 23, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ព័ត៌មាន.add a comment
លោកបានគីមួន អគ្គលេខាធិការនៃអង្គការសហប្រជាជាតិបានសម្តែងការបារម្ភអំពីភាពប្រទូស្តរាយនៅតាមព្រំប្រទល់រវាងប្រទេសថៃនិងប្រទេសកម្ពុជា ហើយលោកបានស្នើសុំឲ្យប្រទេសជិតខាងទាំងពីរបង្ហាញនូវការអត់ធ្មត់ទៅវិញទៅមក។
អគ្គលេខាធិការនៃអង្គការសហប្រជាជាតិរូបនេះ មានប្រសាសន៍ថា លោកសង្ឃឹមថា អាចនឹងមានការដោះស្រាយសម្រួលរឿងរ៉ាវនេះបានដោយសន្តិវិធី តាមរយៈមធ្យោបាយការទូត។
មានការបញ្ជូនកងទ័ពខ្មែរជាងមួយពាន់នាក់ និងកងទ័ពថៃជាង៥០០នាក់ ទៅកាន់បរិវេណជុំវិញកូនវត្តមួយ នៅលើដីមានទំនាស់ នៅនឹងជម្រាលភ្នំ ឆ្ពោះទៅកាន់ប្រាសាទព្រះវិហារ ដែលជារបស់ខ្មែរ។
ភាគីទាំងសងខាងបានបង្ហាញនូវឆន្ទៈ ក្នុងការសម្រួលទំនាស់នេះដោយសន្តិវិធី ក៏ប៉ុន្តែគ្មានភាគីណាមួយបានបង្ហាញសញ្ញាអំពីការដកថយក្នុងការទាមទារយកដីនៅក្បែរប្រាសាទព្រះវិហារនេះឡើយ៕
(ប្រែសម្រួលដោយប៊ុន ឡឺវីសីដា)
ប្រភព៖ http://www.radioaustralia.net.au/khmer/news/stories/s2311116.htm
ព្រះបរមរាជវាំងឧបត្ថម្ភស្បៀងដល់ពលទាហាននៅប្រាសាទព្រះវិហារ ខែ កក្កដា 23, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ព័ត៌មាន.add a comment
ព្រះមហាក្សត្រខ្មែរ សម្តេចព្រះបរមនាថនរោត្តម សហមុនី ព្រះមហាវីរក្សត្រសម្តេចព្រះនរោត្តម សីហនុ និងសម្តេចម៉ែ បានសព្វព្រះទ័យព្រះរាជទាននូវសម្ភារៈប្រើប្រាស់ដែលរួមមានភួយ មុង កៅស៊ូតង់ និងចំណីអាហារ ដើម្បីជាការលើកទឹកចិត្តដល់ក្រុមទាហានខ្មែរដែលកំពុងជួបប្រទះការខ្វះខាត ហើយនិងកំពុងឈរជើងការពារទឹកដីតំបន់ប្រាសាទព្រះវិហារ។ លោកដែន សីម៉ា ជូនរបាយការណ៍ពិស្តារ ពីទីក្រុងភ្នំពេញ៖
ជំនួយឧបត្ថម្ភពីព្រះមហាក្សត្រនាពេលនេះ ត្រូវបានដឹកចេញពីព្រះបរមរាជវាំងនាទីក្រុងភ្នំពេញកាលពីថ្ងៃច័ន្ទម្សិលមិញ ឆ្ពោះទៅកាន់តំបន់ប្រាសាទព្រះវិហារ ជាទីដែលទាហានឈុតខ្មៅថៃ និងកម្ពុជាកំពុងប្រឈមមុខដាក់គ្នា ។ បើតាមការគូសបញ្ជាក់ពីមន្ត្រីខុទ្ទកាល័យព្រះមហាក្សត្រខ្មែរលោក អ៊ុំ ដារាវុធ បានឲ្យដឹងថា ព្រះមហាក្សត្រទាំងបីព្រះអង្គលោកសព្វព្រះទ័យបានបញ្ជូនជំនួយមនុស្សធម៌ទៅកាន់ប្រាសាទព្រះវិហារនាពេលនេះ សម្រាប់ជួយដល់ប្រជាជន និងពលទាហាន រួមជាមួយព្រះសង្ឃដែលគង់នៅក្នុងវត្តប្រាសាទព្រះវិហារ ដែលកំពុងមានជម្លោះ ។ បើតាមលោកអ៊ុំ តារាវុធអំណោយដែលដឹកនាំដោយសម្តេចចៅហ្វាវាំងគង់ សំអុល នៅពេលនេះ មានដូចជា អង្គរ ត្រីងៀត ត្រីខកំប៉ុង ទឹកស៊ីអ៊ីវ ប៊ីចេង ជាពិសេសក្រណាត់កៅស៊ូតង់ ដោយហេតុថា ក្រុមទាហានខ្មែរឈរជើងនៅទីនោះ រងារញ័រញាក់ព្រោះគ្មានកៅស៊ូជ្រក នៅពេលមានភ្លៀងធ្លាក់មកម្តងៗ ដែលទាហានខ្មែរទាំងនោះមានសម្លៀកបំពាក់ចាស់ៗ ភាគច្រើនពាក់ស្បែកជើងផ្ទាត់ និងខ្វះម្ហូបអាហារ។
ចាប់តាំងពីប្រាសាទព្រះវិហារត្រូវបានដាក់បញ្ជូលក្នុងបញ្ជីសម្បត្តិបេតិកភណ្ឌពិភពលោកកាលពីថ្ងៃទី៧ ខែកក្កដា ឆ្នាំ២០០៨ រួចមក ជំនួយដែលជួយពីគ្រប់មជ្ឈដ្ឋានកំពុងបន្តផ្តល់ជាបន្តបន្ទាប់។ ជំនួយសប្បុរសទាំងនោះធ្វើឡើងតាមរយៈមូលនិធិទ្រទ្រង់អរិយធម៌ខ្មែរដឹកនាំដោយលោកមឿង សុន តាមរយៈមូលនិធិប្រាសាទព្រះវិហារ ដឹកនាំដោយលោកសយ សុភាព និងមូលនិធិបណ្តាញទូរទស្សន៍ CTN រួមជាមួយស្ថានីយ៍វិទ្យុទូរទស្សន៍បាយ័នប្រមាណ៥សែនដុល្លារអាមេរិកផងដែរ។
ទាក់ទងជំនួយដែលទទួលបានពីសប្បុរសជននេះ ត្រូវបានលោកតុក គឹមសាយ ប្រធានមូលនិធិ CTN បញ្ជាក់ឲ្យដឹងថា គឺតត្រឹមថ្ងៃអាទិត្យនេះ ជំនួយដែលទទួលបានពីសប្បុរសជនមានចំនួន១១៨លានរៀល ប្រាក់ដុល្លារមានចំនួន៥៥៥៨០ដុល្លារ បូករួមជាមួយសម្ភារៈបរិភោគជាច្រើនទៀត។
ចំណែកមូលនិធិរបស់លោកសយ សុភាព អ្នកធ្វើអត្ថាធិប្បាយព័ត៌មានឲ្យបណ្តាញទូរទស្សន៍CTN រហូតមកដល់ពេលនេះក៏ទទួលបានជំនួយប្រហែល ៨ម៉ីនដុល្លារអាមេរិក ផងដែរ។ ទឹកប្រាក់ជំនួយទាំងនោះត្រូវបានលោកសយ សុភាព បញ្ជាក់ឲ្យដឹងថា ក្រុមការងាររបស់លោកបានចាត់ចែងទិញជាសម្ភារៈប្រើប្រាស់ ដូចជាអង្គរ និងគ្រឿងឧបភោគបរិភោគដែលចាំបាច់ជាច្រើន យកទៅចែកជូនពលរដ្ឋនៅតំបន់ប្រាសាទព្រះវិហារជាបន្តបន្ទាប់។ ជំនួយទាំងនោះ ត្រូវបញ្ជូនទៅកាន់តំបន់ព្រំដែន ប្រាសាទព្រះវិហារនៅរៀងរាល់ចុងសប្តាហ៍។
(របាយការណ៍ដោយដែន សីម៉ា )
ប្រភព៖ http://www.radioaustralia.net.au/khmer/news/stories/s2311148.htm
เขมรหันหลังให้ไทย-อาเซียนซบเวียดนาม-UNSC ខែ កក្កដា 23, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.add a comment
ผู้จัดการรายวัน– กลุ่มอาเซียนล้มเหลวในความพยามไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ในการประชุมนัดพิเศษฝันอังคาร (22 ก.ค.) ที่ผ่านมา แต่กัมพูชาก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้ที่เวทีแห่งนี้ ซึ่งเคยเป็นปรปักษ์กับกลุ่มปกครองในกรุงพนมเปญมายาวนานในช่วงสงครามเย็น
พร้อมๆ กับการร้องขอให้อาเซียนนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา รัฐบาลกัมพูชาได้นำความขัดแย้งชายแดนเขาพระวิหารกับไทยเข้าสู่การพิจารณาของสหประชาชาติ เพื่อให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติจัดประชุมฉุกเฉิน พิจารณาสถานการณ์ที่ชายแดนไทย
รัฐบาลกัมพูชาชุดปัจจุบันมีประสบการณ์ ในการต่อรองบนเวทีใหญ่ระหว่างประเทศ เป็นอย่างดีตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา และหวังว่าองค์กรการเมืองการทหารของสหประชาชาติเป็นหนทางสั้นที่สุด ที่จะได้รับการคุ้มครอง ขณะกำลังทหารกำลังเผชิญหน้ากับฝ่ายไทยบนเขาพระวิหาร
” เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากันด้วยอาวุธ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ตัดสินใจร้องขอให้มีการประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อหาวิธีการการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ”
กัมพูชาระบุดังกล่าวในคำแถลงที่ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศวันอังคาร (22 ก.ค.) นี้
สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ก่อตั้งขึ้นมาบนพื้นฐานการไม่แทรกแซงกิจการภายในระหว่างประเทศ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกรณีพิพาทสองฝ่ายของชาติสมาชิก แต่ในระยะใกล้ๆ นี้อาเซียนเริ่มทำหลายอย่างที่ไม่เคยทำโดยสร้างกรอบความร่วมมือใหม่ๆ ขึ้นมาครอบคลุมในหลายขอบเขตยิ่งขึ้น
เมื่อปีที่แล้วรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนซึ่งประชุมในฟิลิปปินส์ ได้ประณามอย่างแข็งกร้าวต่อการที่รัฐบาลทหารพม่าปราบปรามผู้เดินขบวนประท้วงอย่างโหดเหี้ยมในเดือน ก.ย. โดยเลือกใช้คำว่าเป็นการกระทำที่ “ น่าขยะแขยง”
ต่อกรณีไทย-กัมพูชาครั้งนี้อาเซียนมิได้ละเลย และได้พยายามรวมกลุ่มเพื่อเป็นตัวกลางเข้าไกล่เกลี่ย
ในวันที่ 21 ก.ค.รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้เรียกร้องไทยกับกัมพูชาใช้ความอดทนและอดกลั้นอย่างถึงที่สุดแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี และในวันที่ 22 ก.ค.อาเซียนก็ได้มีกำหนดจัดพูดคุยเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งโดยเชิญ รมว.ต่างประเทศไทยกับกัมพูชาเข้าร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม กัมพูชาไม่ได้มีเจตนาที่จะใช้อาเซียนเป็นเวทีในการแก้ปัญหา และ มองว่าในระยะยาวข้างหน้ายิ่งจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เดือน ส.ค. เป็นต้นไป ไทยจะเข้าทำหน้าที่ “ ประเทศประธาน” หรือ ประธานคณะกรรมการประจำกลุ่มอาเซียน
นอกจากนั้นกัมพูชายังกลัวความจริงที่ว่า เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบันคือ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ นั้นเป็นชาวไทยและเป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของคู่กรณี และ ตลอดทั้งปีต่อไปนี้กิจกรรมของอาเซียนจะมีไทยเป็นศูนย์กลาง
กัมพูชาได้แสดงท่าทีที่เห็นได้ชัดว่า ไม่ได้ให้ความสนใจต่อการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่สิงคโปร์
นายฮอร์นัมฮอง (Hor Nam Hong) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ นักการทูตสไตล์โซเวียต ที่ช่ำชองการเจรจาบนเวทีระหว่างประเทศ ไม่ได้ไปร่วมการประชุมที่สิงคโปร์ แต่ส่งระดับผู้ช่วยรัฐมนตรี (Secretary of State) ไปแทน ขณะที่ประเทศไทยซึ่งไร้รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ส่งรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งไปร่วม
ในวงการทูตรวมทั้งบรรดารัฐมนตรีอาเซียนมองว่า การเผชิญหน้าระหว่างไทยกับกัมพูชาซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่เจ็ด เป็นสถานการณ์ ที่ “ หยุดนิ่ง” (stalemate) เคลื่อนต่อไปไม่ได้แล้ว แต่เป็นเรื่องดีที่การเจรจาระหว่างผู้นำทหารระดับสูงของสองฝ่ายเมื่อวันจันทร์ได้ตกลงที่จะใช้ความพยายามไม่ให้เกิดความรุนแรง
แต่กัมพูชาย่อมคิดอีกอย่างหนึ่ง ..
คณะผู้นำในกรุงพนมเปญปัจจุบันล้วนเป็นอดีตเขมรแดงแปรพักตร์ ที่ได้เชื้อเชิญคอมมิวนิสต์เวียดนามส่งทหารนับแสนเข้าโค่นล้มรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตยของพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาที่นำโดยนายโปลโป้ท (Pol Pot) เมื่อต้นปี 2522
นับตั้งแต่นั้นมากลุ่มปกครองเฮงสัมริน-เจียซิมและฮุนเซนเมื่อก่อน ต้องต่อสู้การปิดล้อมของประชาคมระหว่างประเทศต่อมาอีกกว่า 10 ปี ขณะที่ไทยกับจีนเป็นหัวหอกในการรณรงค์รักษาที่นั่งของรัฐบาลผสมสามฝ่ายกัมพูชาประชาธิปไตย (Tripartite Government of Democratic Kampuchea) ที่นำโดยเจ้านโรดมสีหนุในสหประชาชาติ พร้อมๆ กับโดดเดี่ยว “ รัฐบาลหุ่นเวียดนาม” ในกรุงพนมเปญ
อาเซียนก็เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่หันไปต่อต้านเวียดนามในกัมพูชาและต่อต้าน “ระบอบเฮงสัมริน-ฮุนเซน” โดยกล่าวว่าเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาค
สมเด็จฯ ฮุนเซน ในวันนี้ได้เคยทำหน้าที่รัฐมนตรีต่างประเทศนานหลายปี ก่อนจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และ นายฮอร์นัมฮอง ก็เป็นมือขวาที่อยู่เคียงข้างนายฮุนเซนมาในทุกเวที
ในที่สุดฮุนเซนกับ “กระบี่มือหนึ่ง” ฮอร์นัมฮอง ก็สามารถเจรจาทำความตกลงกับรัฐบาลผสมสามฝ่ายของเจ้าสีหนุ และนำไปสู่การเซ็นสัญญาสันติภาพกัมพูชาในเดือน ต.ค.2534 ซึ่งนำมาสู่การจัดตั้งองค์กรปกครองชั่วคราวของสหประชาชาติ (UN Transitional Authority for Cambodia) หรือ UNTAC ขึ้นในกัมพูชา
ทั้งหมดเป็นจุดเริ่มต้นของราชอาณาจักรกัมพูชาในยุคใหม่ ที่กลุ่มปกครองชุดเดิมตั้งแต่ยุคสงครามเย็นยังคงครองอำนาจ ภายใต้พรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People’s Party)
นั่นก็คือ พรรคประชาชนปฏิวัติกัมพูชา (Kampuchean People’s Revolutionary Party) หรือ KPRP พรรคคอมมิวนิสต์สายโซเวียต-เวียดนามในอดีต
พรรคการเมืองพรรคนี้คุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จแบบคอมมิวนิสต์ ปราบปรามฝ่ายตรงกันข้าม และจัดตั้งมวลชนในทุกระดับตั้งแต่เมืองหลวงลงไปจนถึงรากหญ้าคือคอมมูน (นิยม) และหมู่บ้าน
โครงสร้างการกุมกลไกทางสังคมและการปกครองเหล่านี้ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง
กลุ่มปกครองเดิมได้ประกาศเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ เป็นประชาธิปไตย เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกปี 2537 พรรคการเมืองใหม่ CPP สืบทอดอำนาจและกุมกลไกลดั้งเดิมต่อมา ซึ่งได้รับประกันชัยชนะในการเลือกตั้งทุกครั้ง
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ CPP จะมีชัยอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งวันที่ 27 ก.ค.ศกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสมเด็จฯ ฮุนเซน สามารถกวาดล้างคู่แข่งสำคัญที่สุดคือ กรมพระนโรดมรณฤทธิ์กับพรรคฟุนซินเปคให้ตกเวทีไปได้
เมื่อดูจากประสบการณ์อันยาวนานแล้ว ปัญหาเขาพระวิหารดูจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ สำหรับกลุ่มปกครองเก่าในกัมพูชาที่ช่ำชองทั้งในสนามรบและสมรภูมิการเมืองและการทูตมายาวนาน
คณะผู้นำกรุงพนมเปญทราบเป็นอย่างดีด้วยประสบการณ์ว่า “ สถานการณ์หยุดนิ่ง” ที่ชายแดนนั้นอาจจะหยุดนิ่งได้ไม่นาน “ เหตุการณ์น้ำผึ้งหยด” เดียว สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขณะที่ทหารกัมพูชาว่า 1,000 คน กำลังเผชิญหน้ากับทหารราว 500 คน แต่มีอาวุธดีกว่า ทันสมัยกล่าว และมีการส่งกำลังบำรุงที่ดีกว่า
เขตแดนพิพาทเขาพระวิหารอยู่ไกลจากฐานทัพอากาศที่ใกล้ที่สุดในกรุงพนมเปญกว่า 300 กิโลเมตร แต่อยู่ห่างจากฐานทัพอากาศนครราชสีมาเพียง 100 กม.เศษ ประเทศไทยมีกำลังรบทางบก เรือและอากาศที่ทันสมัยกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้
กัมพูชาตัดสินใจหันไปพึ่งคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ซึ่งในเดือน ก.ค.นี้ เวียดนามได้ขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานพอดี โดยหวังว่าที่นั่นจะเป็นเวทีที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้ เพื่อทำให้สถานการณ์เขาพระวิหารกลับเข้าสู่สถานะเดิม (Status Quo) โดยเร็ว ก่อนจะดำเนินการขั้นต่อไป
การเผชิญหน้ากันที่ชายแดนด้านนี้สามารถยุติลงได้โดยเร็ว ถ้าหาก UNSC สามารถหาข้อมติร่วมกันออกมา เพื่อจัดตั้งองค์กรกลางขึ้นมาทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย
แต่การต่อสู้ของไทยกับกัมพูชาเพื่ออำนาจอธิปไตยเหนือเดินแดนพระวิหารนั้น จะดำเนินไปอีกยาวไกล.
ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000086588
រដ្ឋមន្ត្រីការបរទេសកម្ពុជាអំពាវនាវសុំឲ្យមានកិច្ចអន្តរាគមន៍ពីប្រទេសក្នុងតំបន់ជុំវិញជម្លោះជាមួយថៃ ខែ កក្កដា 23, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ព័ត៌មាន.add a comment
ដោយ សារី រ័ត្ន
2008-07-22
ឧបនាយករដ្ឋមន្ត្រី លោក ហោ ណាំហុង និងជារដ្ឋមន្ត្រីក្រសួងការបរទេសកម្ពុជាក៏បានអំពាវនាវសុំឲ្យមានកិច្ចអន្តរាគមន៍ពីប្រទេសក្នុងតំបន់ចំពោះជម្លោះទឹកដីជាមួយនឹងប្រទេសថៃផងដែរ ។
RFA Photo/Savyuth
ទាហានខ្មែរ (ខាងស្ដាំ) អង្គុយជាមួយទាហានថៃ នៅក្បែរប្រាសាទព្រះវិហារ នាថ្ងៃទី២០ កក្កដា ២០០៨។ អតីតព្រះមហាក្សត្រខ្មែរផ្តល់សម្ភារៈជំនួយដល់ទាហានខ្មែរដែលនៅយាមការពារប្រាសាទព្រះវិហារ។
លោក ហោ ណាំហុង បានស្នើប្រទេសសិង្ហបុរីដែលជាប្រធានសមាគមប្រជាជាតិអាស៊ីអាគ្នេយ៍បច្ចុប្បន្នឲ្យបង្កើតក្រុមអន្តររដ្ឋមន្រ្តីក្នុងតំបន់ដើម្បីជួយស្វែងរកដំណោះស្រាយដោយសន្តិវិធី ។
តាមរយៈការចេញលិខិតមួយរបស់ក្រសួងការបរទេសខ្មែរកាលពីថ្ងៃទី២២ កក្កដាម្សិលមិញនេះ បណ្តាញសារព័ត៌មាននានា រួមមានទាំងទូរទស្សន៍ជាតិផងដែរបានធ្វើការផ្សាយដំណឹងនេះភ្លាមៗដើម្បីឲ្យមតិសាធារណជនបានជ្រាប ។
ក្រសួងការបរទេសខ្មែរបានឲ្យដឹងនៅក្នុងលិខិតនោះថា ប្រទេសថៃបានរំលោភលើបន្ទាត់ព្រំដែនអន្តរជាតិដែលបានគូរនៅដើមសតវត្សរ៍ទី២០ ដោយគណៈកម្មការចម្រុះរួមមានតំណាងមកពីប្រទេសសៀម និងគណៈប្រតិភូនៃប្រទេសអាណាព្យាបាលមានប្រទេសបារាំងដែលកាលណោះជាតំណាងឲ្យប្រទេសកម្ពុជាផង ។
ទោះបីយ៉ាងណាក្តីកិច្ចប្រជុំរដ្ឋមន្រ្តីការបរទេសនាពេលអាហារថ្ងៃត្រង់នៅសិង្ហបុរីកាលពីម្សិលមិញ ពុំមានការព្រមព្រៀងជាឯកច្ឆន្ទដើម្បីឲ្យអាស៊ានចូលរួមដោះស្រាយវិបត្តិតឹងតែងរវាងកម្ពុជានិងថៃនោះនៅឡើយទេ ។
លោក សាហាស បណ្ឌិតគូន រដ្ឋមន្រ្តីក្រសួងបរទេសស្តីទីនៃប្រទេសថៃបានប្រាប់ក្រុមអ្នកកាសែតក្រោយអាហារថ្ងៃត្រង់នៅសិង្ហបុរីពីម្សិលមិញថា ប្រទេសថៃទទូចរក្សាទុកយន្តការទ្វេភាគីកម្ពុជា-ថៃក្នុងការដោះស្រាយបញ្ហាទំនាស់នៅតំបន់ព្រះវិហារនោះ ដោយបានមានប្រសាសន៍ថាវាជាការប្រញាប់ប្រញាល់ពេកក្នុងការរុញបញ្ហានេះទៅដល់កម្រិតតំបន់និងកម្រិតអន្តរជាតិនោះ ។
សូមជម្រាបថាប្រទេសសិង្ហបុរីដែលឈរជាប្រធានសមាគមអាស៊ានប្រចាំឆ្នាំនឹងផុតអាណត្តិនៅចុងខែកក្កដានេះ ។
ប្រទេសដែលនឹងក្លាយជាប្រធានសមាគមអាស៊ាននេះជាបន្ទាប់គឺប្រទេសថៃដែលនឹងត្រូវចូលកាន់តំណែងនៅថ្ងៃសុក្រនេះ ។
លោក ស៊ូរិន ពិតសុវណ្ណ ដែលខ្លួនលោកជាអតីតរដ្ឋមន្រ្តីការបរទេសនៃប្រទេសថៃ ហើយបច្ចុប្បន្នជាអគ្គលេខាធិការមានអាណត្តិ៥ឆ្នាំនៃប្រទេសសមាគមអាស៊ាន បានមានប្រសាសន៍ថាប្រទេសថៃបានត្រៀមខ្លួនជាស្រេច ដើម្បីឡើងកាន់តំណែងជាប្រធាននៃសមាគមអាស៊ាននេះ ថ្វីបើរដ្ឋាភិបាលថៃកំពុងតែច្របូកច្របល់ក៏ដោយ ។
សូមរំឮកថា លោករដ្ឋមន្ត្រី ណុបប៉ាឌុន ត្រូវបង្ខំចិត្តចុះចេញពីតំណែងភ្លាមនៅពេលដែលប្រាសាទព្រះវិហារខ្មែរបានត្រូវបញ្ចូលក្នុងបញ្ជីនៃបេតិកភណ្ឌពិភពលោក កាលពីថ្ងៃទី៧ កក្កដាមុននេះ ។
លោកអគ្គលេខាធិការ ស៊ូរិន ពិតសុវណ្ណ ដែលជាជនជាតិថៃផងនោះមានប្រសាសន៍ថា ប្រទេសថៃមានជំនាញនិងបទពិសោធន៍ប្រកបដោយទំនុកចិត្ត ហើយថាបុគ្គលិកអចិន្ត្រៃយ៍នៃប្រទេសនេះមានសមត្ថភាពខ្ពស់ណាស់គឺពុំបាច់ត្រូវព្រួយអ្វីឡើយ ៕
ប្រភព៖ http://www.rfa.org/khmer/indepth/Cam-appeals-4help-over-border-dispute-07222008214745.html
នាយករដ្ឋមន្ត្រីខ្មែរចោទប្រទេសថៃថាបានរំលោភបំពានទឹកដីខ្មែរ ខែ កក្កដា 23, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ព័ត៌មាន.add a comment
ដោយ ម៉ាយ៉ារិទ្ធិ
2008-07-22
លោកនាយករដ្ឋមន្ត្រី ហ៊ុន សែន នៅថ្ងៃអង្គារនេះ បានចោទប្រកាន់ប្រទេសថៃថា បានបំពានដោយខុសច្បាប់ ក្នុងការបញ្ជូនទ័ពមកកាន់ទឹកដីដែលមានជម្លោះ នៅក្នុងតំបន់ប្រាសាទព្រះវិហារនោះ ។
AFP Photo
នាយករដ្ឋមន្ត្រីខ្មែរ លោក ហ៊ុន សែន ។
នៅក្នុងលិខិតមួយច្បាប់ដែលបានផ្ញើទៅឲ្យអង្គការយូណេស្កូនោះ លោកនាយករដ្ឋមន្ត្រី ហ៊ុន សែន បានឲ្យដឹងថា ការបញ្ជូនទ័ពនោះ គឺជាការគំរាមកំហែងចំពោះសន្តិភាពក្នុងតំបន់ ។
ស្របពេលជាមួយគ្នានេះ រដ្ឋាភិបាលបានជូនដំណឹងដល់ប្រជាជនខ្មែរទូទាំងប្រទេសឲ្យដឹងថា ប្រទេសថៃកំពុងតែធ្វើការឈ្លានពានលើអធិបតេយ្យជាតិខ្មែរហើយ ។
ការជូនដំណឹងបានធ្វើឡើងជាផ្លូវការនៅថ្ងៃនេះតាមរយៈការចេញលិខិតមួយរបស់ក្រសួងការបរទេសខ្មែរ ដែលត្រូវបានបណ្តាញសារព័ត៌មាននានា រួមទាំងទូរទស្សន៍ជាតិផងដែរ បានធ្វើការផ្សាយដំណឹងភ្លាមៗដើម្បីឲ្យមតិសាធារណជនទូទៅបានជ្រាប ។
ក្រសួងការបរទេសខ្មែរបានឲ្យដឹងនៅក្នុងលិខិតនោះថា ប្រទេសថៃបានរំលោភលើបន្ទាត់ព្រំដែនអន្តរជាតិ ដែលបានគូរតាំងពីឆ្នាំ១៩០៨ ដោយគណៈកម្មការចម្រុះ រួមមានតំណាងមកពីប្រទេសសៀមនិងគណៈប្រតិភូនៃប្រទេសអាណាព្យាបាល មានប្រទេសបារាំងផងដែរ ដែលកាលនោះ បានតំណាងឲ្យប្រទេសកម្ពុជា ៕
ប្រភព៖ http://www.rfa.org/khmer/indepth/hunsen-accuses-thailand-of-aggression-07222008084802.html
កម្ពុជាស្វះស្វែងរកដំណោះស្រាយកាទូតចំពោះជម្លោះជាមួយថៃ ខែ កក្កដា 23, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ព័ត៌មាន.add a comment
ដោយ ម៉ាយ៉ារិទ្ធិ
2008-07-22
រហូតមកទល់ពេលនេះ កិច្ចប្រឹងប្រែងស្វែងរកដំណោះស្រាយចំពោះជម្លោះនៅប្រាសាទព្រះវិហារ តាមផ្លូវការទូត ត្រូវគេឃើញថាបានប្រព្រឹត្តទៅយ៉ាងមមាញឹក ។
RFA Photo/Savyouth
ទាហានខ្មែរអង្គុយជាមួយទាហានថៃក្បែរប្រាសាទព្រះវិហារ ជាប់ព្រំដែនថៃក្នុងខែត្រព្រះវិហារ នាថ្ងៃទី២០ កក្កដា ២០០៨ ។ គណៈប្រតិភូខ្មែរគ្រោងធ្វើដំណើរទៅប្រទេសថៃ នាថ្ងៃ២១ កក្កដា ដើម្បីជួបចរចាជាមួយថៃ ជុំវិញបញ្ហានៅតំបន់ប្រាសាទព្រះវិហារ ។
នៅថ្ងៃ២២ កក្កដា ២០០៨នេះ ឧបនាយករដ្ឋមន្ត្រីនិងជារដ្ឋមន្ត្រីក្រសួងការបរទេសខ្មែរ លោក ហោ ណាំហុង ត្រូវគេរាយការណ៍ថា បានជួបជាមួយនឹងឯកអគ្គរដ្ឋទូតនៃប្រទេសចំនួនប្រាំ ដែលជាសមាជិកក្រុមប្រឹក្សាសន្តិសុខនៃអង្គការសហប្រជាជាតិ ។
ក្រៅពីនោះ លោករដ្ឋមន្ត្រីក្រសួងការបរទេសខ្មែរនៅបានជួបជាមួយមន្ត្រីសា្ថនបេសកកម្មកាទូតចំនួនទាំង២៧ប្រទេសនៅកម្ពុជាផងនោះទៀត ។
លោករដ្ឋមន្ត្រីក្រសួងការបរទេស ហោ ណាំហុង បានថ្លែងថា តាមសេចក្តីអំពាវនាវរបស់រាជរដ្ឋាភិបាលខ្មែរ លោកសង្ឈឹមថា នឹងមានកិច្ចប្រជុំក្រុមប្រឹក្សាសន្តិសុខ អ.ស.ប. នៅថ្ងៃច័ន្ទសប្តាហ៍ក្រោយនេះ ក្នុងការដោះស្រាយជម្លោះនៅតំបន់ប្រាសាទព្រះវិហារ ៕
ប្រភព៖ http://www.rfa.org/khmer/indepth/cambodia-diplomatic-efforts-intensify-07222008091801.html