Cambodians celebrate ancient temple’s UN World Heritage listing ខែ កក្កដា 8, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in News.add a comment
Phnom Penh – Cambodians living on the border near an 11th century Hindu temple newly listed as a World Heritage site danced with joy Tuesday, students waved national flags in the streets and a celebratory fireworks display was announced. Preah Vihear, called Prasat Prasat Phra Viharn by Thais, is sacred to both sides but was awarded to Cambodia by the International Court in The Hague in 1962. It became Cambodia’s third UN World Heritage site, after Angkor Wat temple complex and the national ballet.
“ Of course we are overjoyed, the people on the border are dancing. It is a good day for Cambodia,” the government official in charge of Preah Vihear, Hang Soth, said by telephone.
Thailand had called for a joint listing by the two nations, citing disputed border territory and the fact that some associated sites of the temple lie within Thai territory.
Cambodian media could not resist a subdued show of nationalism, with a live feed from the UN meeting in Quebec, Canada by private television network CTN at 3 am for Deputy Prime Minister Sok An to personally announce the news.
The ruling Cambodian People’s Party network Apsara featured a picture of Prime Minister Hun Sen ringed by stars as it read the entire ruling by the United Nations Educational, Scientific and Cultural Organisation (UNESCO) later in the morning.
But the government took pains not to fan nationalistic sparks too hard, and Hun Sen promptly stated that Thailand remained “ a good neighbour.”
Emotions run high between the neighbour countries over cultural heritage. In 2003, an angry mob burned the Thai embassy and several businesses after false rumours that a Thai actress had claimed the nation’s icon, Angkor Wat, was Thai.
Hun Sen also reiterated that King Norodom Sihamoni had pursued the listing since his time as Cambodian ambassador to UNESCO from the early 1990’s until his accession to the throne in 2004, and insisted the issue was independent of local politics.
At a press conference in the capital, Cambodian Foreign Minister Hor Namhong was jubilant.
“ This is a victory of our Cambodian government,” Hor Namhong said. “ But much more important than this, this is the victory of Khmer civilization.”
ប្រភព៖ http://www.activeboard.com/forum.spark?forumID=98894&p=3&topicID=18884837
เขมรดี๊ด๊าติ๊ดชึ่งฉลองมรดกโลกพระวิหาร ខែ កក្កដា 8, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.add a comment

ณ จุดนี้บนแผ่นดินที่ควรจะเป็นของไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว สถานะได้เปลี่ยนไป ชาวกัมพูชาพากันเฉลิมฉลอง (แผนที่: www.koratmagazine.in.th)
ผู้จัดการออนไลน์—เจ้าหน้าที่และประชาชนชาวกัมพูชาที่อยู่บนปราสาทพระวิหารพากันร้องรำทำเพลงตลอดหลายคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนวันจันทร์ (7 ก.ค.) รวมทั้งในเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ ในโอกาสที่ปราสาทพระวิหารได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้องค์การยูเนสโกได้
ประชาชนที่อพยพขึ้นไปจากเขตแดนไทยยังคงอยู่บนปราสาทจำนวนนับร้อยคน พร้อมเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งตามกำหนดการแล้วทุกคนจะได้รับแจ้งข่าวจากกรุงพนมเปญในคืนเดียวกัน ทันทีที่ทราบผลการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกที่ประชุมกันนครควิเบก ประเทศแคนาดา
ในกรุงพนมเปญเองก็มีการจับกลุ่มกันตามร้านกาแฟ ร้านอาหาร พูดคุยกันถึงแนวโน้มการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งจะทราบผลในเวลากลางคืน ผู้คนจำนวนมากรอรับฟังข่าวคราวจากทางการอย่างใจจดจ่อ
สำหรับประชาชนกับเจ้าหน้าที่บนปราสาทพระวิหารนั้น พากันเฉลิองฉลองรอคอยข่าวดีมาหลายวันแล้ว เพราะทางการมั่นใจว่าการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจะประสบความสำเร็จ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ทั้งนี้เป็นรายงานของเว็บไซต์ข่าวภาษเขมรยอดนิยม Everyday.com.kh

ท่ามกลางความสลดใจของชาวไทย ประเทศเพื่อนบ้านกำลังฉลองกันบนหน้าผาสูง
หนังสือพิมพ์รายวันภาษาเขมร “ รัศมีกัมพูชา” (Rasmei Kampuchea) รายงานเมื่อวันอังคาร (8ก.ค.) ในทำนองเดียวกันว่า เจ้าหน้าที่กับชาวเขมรที่ปราสาทพระวิหารได้รับคำสั่งมิให้ตอบโต้ด่าทอหรือแสดงความก้าวร้าวต่อประชาชนไทยที่ชุมนุมประท้วงตรงบริเวณทางขึ้นสู่ปราสาท แต่ให้ทุกคนร้องรำทำเพลงได้
รัฐบาลในกรุงพนมเปญได้จัดส่งเสบียงสนับสนุนเจ้าหน้าที่และประชาชนบนปราสาทพระวิหาร ผู้ใจบุญหลายรายได้บริจาคอาหาร รวมทั้งบะหมี่สำเร็จรูปไปให้กำลังใจ เพื่อจะได้ไม่ต้องข้ามไปซื้อทางฝั่งไทยที่อาจจะเกิดอันตรายได้

ดินแดน “ เขมรต่ำ” อยู่ตรงโน้น ไม่ควรจะอยู่บนหน้าผา ในเขตสันปันน้ำของไทย
การจัดร้องรำทำเพลงบนพระวิหารจัดติดต่อกันมาหลายคืนแล้ว นับตั้งแต่ทุกคนเริ่มได้รับทราบข่าวดีจากองค์การยูเนสโกในแคนาดา หนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันกล่าว
คณะรัฐมนตรีกัมพูชาได้จัดส่งบะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา ผงชูรส เสื้อกันฝน รวมทั้งเต็นท์กันฝน ไปให้เจ้าหน้าที่กับประชาชนบนเขาพระวิหาร เนื่องจากฝนตกชุกมากในระยะนี้ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ทุกคนพ้นจากความยากลำบาก
ประชาชนในจังหวัดใกล้เคียงก็ได้ส่งเงินและอาหารที่ได้รับบริจาคไปยังเจ้าหน้าที่กับประชาชนบนปราสาทพระวิหาร เพื่อให้กำลังใจอีกด้วย รัศมีกัมพูชากล่าว.
ប្រភព៖ http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000080321
ไทยคดีศึกษาสู้ต่อ ดัน” แขวนพระวิหาร” ชะลอการขึ้นมรดกโลก ខែ កក្កដា 8, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.add a comment
สถาบันไทยคดีศึกษาดิ้นต่อขอสู้อีกเฮือก แนะ ปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ยื่นต่อยูเนสโก ให้ชะลอขอแขวนปราสาทเขาพระวิหารไว้ก่อนชี้เป็นเรื่องกระเทือนความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ
บ่ายวันนี้ (8 ก.ค.) ในการประชุมของนักวิชาการที่สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้ทำการหารือภายหลังที่ยูเนสโก มีมติให้ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยได้มีแถลงการณ์ร่วมกันหนึ่งฉบับต่อกรณีดังกล่าวภายใต้ชื่อ “กลุ่มประชาชนชาวไทย ผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย”ว่า
กรณีปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของกัมพูชานั้น 1.ถือเป็นเรื่อง ละเมิดสิทธิพลเมือง เพราะการบริหารจัดการประเทศ กรณีการดำเนินการเจรจาเรื่องขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกนั้น มีผลผูกผันต่อประเทศเท่ากับว่ารัฐบาลไทยยอมรับอำนาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทเขาพระวิหาร และบริเวณ พื้นที่โดยรอบ
นอกจากนี้ ข้อสงวนของไทยครอบคลุมถึงสิทธิของไทยที่มีอยู่ในขณะนี้ และ/หรือจะพึงมีในอนาคต ตามกฎบัตรสหประชาชาติและรัฐธรรมนูญศาลยุติธรรม ระหว่างประเทศทุกข้อบท รวมทั้งข้อ 60 ซึ่งไม่มีการจำกัดเวลา 10 ปี ดังเช่นข้อ 61 ซึ่งมักมีผู้เข้าใจที่สับสนและคลาดเคลื่อน และ ข้อ 33 ของกฎบัตรสหประชาชาติ รับรองสิทธิของประเทศคู่พิพาทอย่างกว้างขวางตามที่ไทยสงวนสิทธิ์ไว้นั้น ถูกเพิกถอนไปด้วยแถลงการณ์ร่วมนี้
ผลผูกพันต่อประเทศอีกหนึ่งข้อคือ ไทยเสียอธิปไตยในเขตพื้นที่ N3 (หรือ พื้นที่อนุรักษ์)โดยยอมรับการบริหารจัดการตามที่กัมพูชาเสนอ และในที่สุดแล้วไทยจะเป็น 1 ใน 7 ประเทศผู้บริหารจัดการ และการขึ้นทะเบียนของปราสาทเขาพระวิหารสำเร็จในครั้งนี้จะมีผลให้ไทยยอมรับรองแผนที่ของกัมพูชา(แผนที่ซึ่งถืออัตราส่วนแตกต่างจากของไทยมาโดยตลอด)
โดยทางกลุ่มประชาชนชาวไทย ผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย ข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการเยียวยาแก้ไข ดังนี้ คือ 1. ให้รัฐบาลยกเลิกแถลงการณ์ร่วมอย่างเร็วที่สุด 2. ยกเลิกการรับรองแผนที่ของกัมพูชา และ เร่ง สำรวจและจัดการหลักเขตแดนให้ชัดเจน 3.หากรัฐบาลจะบอกขอขึ้นทะเบียนร่วมองค์ประกอบอื่นๆ ในปีหน้าอย่างไรนั้น ขอให้ฟังความคิดเห็นของประชาชน และขอให้คำนึงถึงมิติเรื่องเส้นเขตแดน ซึ่งหมายถึงผลประโยชน์และความเป็นธรรมของประชาชนและประเทศทั้งสองพึงมี ทั้งสองฝ่าย
ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิจัยสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) แกนนำรวบรวมรายชื่อประชาชนไทยค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก กล่าวถึงทิศทางการแสดงความชัดเจนของประเทศไทย ที่ควรทำต่อไปหลังจากคณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ว่า
สิ่งที่รัฐบาลไทยและประชาชนไทยจะทำได้ต่อจากนี้ไป คือ การขอแขวนปราสาทเขาพระวิหารไว้ก่อน โดยคุณปองพล อดิเรกสาร ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก สามารถทำได้ต้องยื่นต่อยูเนสโกโดยเร็ว เพราะเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาระหว่างความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศ ซึ่งไทยสามารถกระทำได้ในฐานะประเทศภาคีสมาชิกของยูเนสโก
ตนอยากฝากไปถึงประชาชนคนไทยทั้งหลาย ที่ยังไม่เข้าใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ภายหลังจากที่กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกสำเร็จ ว่า เมื่อเขาได้เป็นมรดกโลกแล้วไม่มีทางที่จะยอมให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับฝ่ายไทยแน่นอน ชาวศรีสะเกษที่ขาดความเข้าใจอาจมองว่าการที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกย่อมเป็นผลดีในแง่ธุรกิจ การค้า การท่องเที่ยว แต่หารู้ไม่ว่ากำลังจะถูกหลอก เพราะทันทีที่แผนพัฒนาเส้นทางมรดกโลกของกัมพูชาสำเร็จ เขาจะปิดตายฝั่งไทยอย่างแน่นอน ผลสุดท้ายฝ่ายไทยจะไม่สามารถดำเนินการใดได้เลยในเขตพื้นที่เขาพระวิหาร
ทางด้าน เทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการประวัติศาสตร์ อดีตอนุกรรมการพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เสนอแนวทางภายหลังคณะกรรมการมรดกโลกประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามการเสนอของประเทศกัมพูชา
“ขอให้ยื่นอนุสัญญามรดกโลกไทย เพื่อขอแขวนปราสาทพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ไว้ก่อน เนื่องจากศาลในประเทศไทยมีคำตัดสินว่าข้อตกลงร่วมที่นาย นพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ทำร่วมกับกัมพูชานั้นขัดกับกฎหมาย”เทพมนตรีกล่าว
เทพมนตรีชี้ว่า สามารถแจ้งต่อทางยูเนสโกได้ว่า เรื่องปราสาทเขาพระวิหาร ให้รอจนกว่าขั้นตอนกระบวนการทางฝ่ายไทยจะผ่านความเห็นชอบจากสภาเสียก่อน จึงค่อยพิจารณาในเรื่องดังกล่าวซึ่งหากทางคณะกรรมการมรดกโลกแจ้งว่าไม่สามารถกระทำได้ ก็ขอให้นายปองพล อดิเรกสาร ในฐานะตัวแทนของไทย ลาออกจากการเป็นภาคีสมาชิก เนื่องจากคณะกรรมการมรดกโลกไม่เคารพกฎระเบียบที่ตนเองตั้งขึ้น ที่ระบุว่าการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกต้องมีความสมบูรณ์ แต่การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาเพียงแค่ตัวปราสาทเท่านั้น ซึ่งนายปองพลในฐานะตัวแทนประเทศไทยมีสิทธิ์ที่จะเห็นว่าไม่ยุติธรรม
“ขอลาออกจากประเทศภาคีสมาชิก จนกว่าจะมีการอนุมัติให้แขวนปราสาทพระวิหาร และขอถอนมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไว้ทั้ง 5 แห่งออกจากการเป็นมรดกโลก รวมทั้งขอถอนคำขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกอีก 2 แห่งที่ยื่นไว้ด้วยการกระทำดังกล่าวจะทำให้ประเทศภาคีสมาชิก 150 ประเทศได้หันมามองปัญหาและเห็นใจประเทศไทย”เทพมนตรีกล่าว
ส่วนทาง พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ว่า ส่วนตัวแล้วตนไม่ขอยอมรับคำวินิจฉัยดังกล่าว พร้อมนำแผนที่ทั้งเอกสารมาชี้แจงว่า หากพิจารณาตามแผนที่ที่ถูกต้องแล้ว ปราสาทพระวิหารยังเป็นของไทยตามภาคภูมิศาสตร์
และกล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ทางทหารเคยรับรองแผนที่ของกัมพูชา ว่า อาจเป็นเพราะเอกสารที่ได้รับจากกระทรวงการต่างประเทศไม่ถูกต้อง และเป็นคนละชิ้นกับที่นำไปแสดงต่อคณะกรรมการมรดกโลก โดยมักจะได้รับคำอ้างว่าเป็นเอกสารลับ ไม่สามารถขอดูได้ และขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว และทหาร ที่มักจะถูกมองว่าเป็นเผด็จการ แต่ก็ไม่เคยขายชาติเหมือนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดนี้
“หากไทยยอมรับให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกในครั้งนี้ได้ ก็จะส่งผลกระทบกับพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่คาบเกี่ยวด้านชายแดนอื่นๆเช่นกัน”พล.อ.ปฐมพงษ์กล่าว
ทั้งนี้ทางด้าน สำนักงานองค์การยูเนสโกในกรุงเทพได้ส่งเอกสารที่มีเนื้อหายอมรับว่า “ปราสาทเขาพระวิหาร”เป็นมรดกโลกแล้ว ภายใต้การประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก โดยขั้นตอนกระบวนการต่างๆนั้น ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และ ข้อสรุปของการรับรอง การเป็นมรดกโลก ของ ปราสาทเขาพระวิหาร จาก คณะกรรมการมรดกโลกนั้นจะรู้ผลภายในอาทิตย์นี้
เขาพระวิหารได้ถูกประกาศเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ หลังจากที่คณะกรรมการมรดกโลกได้พิจารณาคุณสมบัติ ของข้อเสนอในการประชุมครั้งที่ 32 ใน เมือง ควิเบก ประเทศแคนาดา ในคณะกรรมการนี้มี สมาชิก ทั้งหมด 21 คนประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่รัฐบาล และ บุคคลธรรมดาอื่นๆ ซึ่งมีสิทธิอันชอบธรรมในการตัดสิน ว่าจะเป็นหรือไม่เป็น มรดกโลก
การประกาศครั้งนี้เป็นผลมาจาก 2 ข้อเสนอ ของ รองนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา และ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย และในภายหลังประเทศไทยได้ ขอเลื่อนการประกาศรับมรดกโลกทางยูเนสโกยืนยันว่า การประกาศครั้งนี้ อยู่บนพื้นฐานของ แผนการณ์ใหม่ ซึ่งแตกต่างจาก หนังสือแถลงการณ์ ที่ทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันเมื่อ วันที่ 18 มิถุนายน 2551
ในการตัดสินนี้ คณะกรรมการมรดกโลกได้ยอมรับว่าหนังสือแถลงการณ์ วันที่ 18 มิถุนายน นั้น หมดอายุ และไม่สามารถใช้ประกอบการพิจารณาได้ ทำให้มีการอ้างอิงถึงแผนที่ใหม่ที่เขียนขึ้นโดยทางกัมพูชา ซึ่งแตกต่างจากแผนที่ ที่แสดงอยู่ ในหนังสือแถลงการณ์ ซึ่งแผนที่ใหม่นี้ ได้ ระบุให้ ลด อาณาเขตในข้อเสนอ เพื่อ การประกาศเป็นมรดกโลก ทั้งยังเป็นที่ยอมรับอีกด้วยว่าในอนาคต การค้นหาทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการตัดสินเพื่อเป็นมรดกโลก
คณะกรรมการมรดกโลก ยอมรับว่าภายใต้กฎหมาย มาตรา ที่ 11 วรรค 3 ของการประชุมเพื่อประกาศว่า เขาพระวิหารเป็น มรดกโลกนั้นไม่มีความนัย ที่จะเป็นมูลเหตุให้ มีการต่อรองเกี่ยวกับ เขตชายแดน ระหว่างสองประเทศ อีกทั้งการตัดสินครั้งนี้ก็ไม่มีความลำเอียงต่อ ความชอบธรรมของรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ ที่จะทำข้อตกลงฉันท์มิตร ในการถกกันเรื่องเขตแดน
การตัดสินของคณะกรรมการมรดกโลกครั้งนี้ สนับสนุนให้ ประเทศไทย และประเทศกัมพูชา ร่วมมือกัน เพื่อปกป้องทรัพย์สินของโลกชิ้นนี้ และ ทางกัมพูชาก็ได้เรียกร้องให้มีการประชุม คณะกรรมการการร่วมมือนานาชาติในเรื่องการป้องกันทรัพย์สิน
โดยได้เชิญประเทศไทยและสมาชิกที่เหมาะสม เข้าเป็น สมาชิกของคณะกรรมการนี้ อีกทั้งทางประเทศกัมพูชาได้เรียกร้องให้มีการจัดการพื้นที่ทับซ้อนให้ชัดเจน และทำแผนการจัดการทรัพย์สินใน พื้นที่ทับซ้อนนั้นๆอีกด้วย
ប្រភព៖ http://manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000080330
“ลูกกรอก” ชิ่งหนีพระวิหารโยนบัวแก้วแจง โทษสื่อปลุกรักชาติ ខែ កក្កដា 8, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ข่าว.add a comment
รมต.สำนักเผยธาตุแท้นักการเมือง กางแขนอุ้ม “ปองพล-นพดล” โยนเผือกร้อนปราสาทพระวิหารให้บัวแก้วแจงข้อ กม.ให้ประชาชนเข้าใจ อ้างไทยไม่เสียดินแดนและกระทำโดยสุจริต สุดท้ายป้ายสีสื่อปลุกระแสรักชาติทำบ้านเมืองสับสน
วันนี้ (8 ก.ค.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ทางยูเนสโกมีมติให้กัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารได้ว่า ในส่วนของรัฐบาลจะมีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใน ครม. ซึ่งแนวทางก็เป็นไปตามที่ นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกได้กล่าวไว้
เมื่อถามว่า ประเด็นกฎหมายที่อาจมีข้อผูกพันเขตพื้นที่อนุรักษ์จะมีผลกระทบต่อสิทธิคนไทยที่อาศัยในบริเวณนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า คนที่จะตอบได้ดีที่สุด คือ กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่าสื่อต้องยอมรับผลตัดสินของศาลโลกว่า ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา หากยอมรับผลผูกพันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องการเสียดินแดน เราไม่ได้เสียดินแดนต่างๆ การขึ้นทะเบียนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเสียดินแดน
เมื่อถามว่า กระแสคัดค้านด้านการเมือง และรัฐบาลโดยเฉพาะการกดดันตัวรัฐมนตรีเอง นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ดำเนินการมานานแล้ว นายนพดลได้ดำเนินการ โดยระบุว่าเอาพื้นที่ทับซ้อนออกไม่เกี่ยวกับดินแดน โดยขึ้นเฉพาะตัวปราสาท ปัญหาพื้นฐานคือ ปราสาทพระวิหารอยู่ในอธิปไตยของกัมพูชาตามคำตัดสินศาลโลก สื่อต้องไม่ทำให้สับสน ท้ายที่สุดนำไปสู่เรื่องรักชาติ ก็อาจไม่เป็นธรรมต่อกระทรวงการต่างประเทศเหมือนกัน
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะมีการทำความเข้าใจอย่างไรต่อคนที่ไม่ยอมรับ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องชี้แจงทำความเข้าใจกัน ทางกระทรวงการต่างประเทศพยายามชี้แจงตลอด เผอิญเรื่องนี้นำไปสู่การโต้แย้งคัดค้านของกลุ่มพันธมิตรฯ และนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนกลายเป็นกระแสไม่เข้าใจกัน อยากเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่าการขึ้นทะเบียนครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนและไม่เป็นปัญหาเรื่องดินแดนแต่อย่างไร มติ ครม.ชัดเจนให้ตรวจสอบแน่ชัดว่าไม่มีส่วนใดรุกล้ำมาในดินแดนของไทย พูดง่ายๆ ที่กระทรวงการต่างประเทศพูดชัดเจนว่าขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท
เมื่อถามว่า ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาเรื่องนี้ เป็นเหตุผลให้รัฐบาล หรือ ครม. ต้องพิจารณาเรื่องนี้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นแรกต้องมองว่าเป็นสนธิสัญญาหรือไม่ ถ้าเป็นตามวรรคสองบอกว่า สนธิสัญญาถ้าทำให้ประเทศต้องเสียดินแดน ต้องตรากฎหมาย หรือส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจอย่างรุนแรง ต้องขอความเห็นชอบจากสภา เมื่อได้รับการยืนยันจากคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าไม่เข้าข่าย จึงมีมติ ครม.เรื่องนี้มีขึ้นหลังจากที่ศาลปกครองมีคำตัดสิน ครม.จึงมีมติไปตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ
เมื่อถามว่า ครม.ไม่ได้วิตกอะไรในการถูกยื่นถอดถอน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้วิตกอะไรทำไปโดยสุจริต ไม่ได้ทำให้ประเทศเสียดินแดน ต่อข้อถามที่ว่า หากเขมรออกกฎหมายควบคุมดินแดนบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อไทย นายชูศักดิ์ ชี้แจงว่า หลักกฎหมายทั่วไปมีอำนาจอธิปไตยภายในเขตพื้นที่อาณาเขตของเขา เราจะออกกฎหมายไปบังคับในอาณาเขตของกัมพูชาก็ไม่ได้ เราโต้แย้งสงวนสิทธิในเขตแดนของไทย หากจะออกกฎหมายใดๆ ก็ตามที่มีผลกระทบต่ออธิปไตยของไทยย่อมทำไม่ได้
เมื่อถามว่า รัฐบาลมีหลักประกันอะไรในการบริหารจัดการร่วมในพื้นที่ทับซ้อนเพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าจะไม่มีการเสียดินแดน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งคณะกรรมการร่วม โดยมีตัวแทนจาก 7 ประเทศ ทั้งนี้ เชื่อว่ากระทรวงการต่างประเทศต้องเข้าไปดูเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวัง
เมื่อถามว่า หากโดนพิจารณาเรื่องมาตรา 190 รัฐบาลจะทำอย่างไรต่อ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเข้าข่ายแสดงว่ารัฐบาลยังทำไม่ครบถ้วน แสดงว่าแถลงการณ์ร่วมไม่มีผล ต่อข้อถามว่าความรับผิดชอบของ ครม.คืออะไรเมื่อศาลรัฐธรรมนูญตีความ นายชูศักดิ์ กล่าวชี้แจงว่า มันเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ได้ฟันธงเป๊ะๆ เมื่อเราคิดอย่างนี้แต่เข้าข่ายโดยสุจริต เมื่อถามว่า หากเขายื่นถอดถอน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ว่ากันไปสิ
ប្រភព៖ http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000080223
ពលរដ្ឋខ្មែរសប្បាយចិត្តការចុះបញ្ជីប្រាសាទ ខែ កក្កដា 8, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ព័ត៌មាន.1 comment so far

ប្រភព៖ www.everyday.com.kh
ចុះបញ្ជីប្រាសាទជាមោទនភាពរបស់កម្ពុជា ខែ កក្កដា 8, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ព័ត៌មាន.add a comment

ប្រភព៖ www.everyday.com.kh
ថៃថាថ្លែងការណ៍រួមថៃ- កម្ពុជាខុសច្បាប់ ខែ កក្កដា 8, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ព័ត៌មាន.add a comment

ប្រភព៖ www.everyday.com.kh
សាររបស់សម្ដេចតេជោហ៊ុន សែន នាយករដ្ឋមន្ត្រីជូនចំពោះជនរួមជាតិកម្ពុជា ខែ កក្កដា 8, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ព័ត៌មាន.add a comment
នៅថ្ងៃទី០៧ ខែកក្កដា ឆ្នាំ២០០៨ នាសម័យប្រជុំលើកទី៣២របស់ខ្លួន ដែលប្រព្រឹត្តទៅនៅទីក្រុងកេប៊ិច ប្រទេសកាណាដា គណៈកម្មាធិការបេតិកភណ្ឌពិភពលោក នៃអង្គការដើម្បីវប្បធម៌ វិទ្យាសាស្ត្រ និងអប់រំ របស់អង្គការសហប្រជាជាតិ (យូនេស្កូ) បានសម្រេចចុះប្រាសាទព្រះវិហាររបស់ខ្មែរក្នុងបញ្ជីបេតិកភណ្ឌពិភពលោកតាមសំណើរបស់រាជរដ្ឋាភិបាលនៃព្រះរាជាណាចក្រកម្ពុជា។
អ្នកវិភាគ៖ ការចុះបញ្ជីប្រាសាទព្រះវិហារនឹងបង្កើនទម្ងន់ដល់វិបត្តិនយោបាយថៃ ខែ កក្កដា 8, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in ព័ត៌មាន.add a comment
អ្នកសង្កេតការណ៍បាននិយាយថានៅថ្ងៃអង្គារនេះថា ការសម្រេចដាក់ប្រាសាទព្រះវិហាររបស់កម្ពុជាចូលទៅក្នុងបញ្ជីបេតិកភណ្ឌពិភពលោកដោយអង្គការយូនេស្កូនោះទំនងជានឹងបង្កើនភាពវឹកវរដល់ឆាកនយោបាយនៅប្រទេសថៃដែលកំពុងតែមានវិបត្តិស្រាប់ទៅហើយនោះ។
នៅឯកិច្ចប្រជុំមួយនាទីក្រុងកេបិចប្រទេសកាណាដាកាលពីថ្ងៃច័ន្ទ គណៈកម្មាធិការបេតិកភណ្ឌពិភពលោកនៃអង្គការយូនេស្កូបានសម្រេចដាក់បញ្ចូលប្រាសាទព្រះវិហាររបស់កម្ពុជាដែលស្ថិតនៅលើកំពូលភ្នំដ៏គួរឲ្យស្ងើចទៅក្នុងបញ្ជីបេតិកភណ្ឌពិភពលោកថ្មីមួយទៀតរបស់ខ្លួន។
សំណើរបស់ប្រទេសកម្ពុជានេះត្រូវបានប្រឆាំងជំទាស់ដោយប្រទេសថៃដែលបានចាញ់ក្ដីនៅក្នុងតុលាការអន្តរជាតិទីក្រុងឡាអេកាលពីឆ្នាំ១៩៦២នៅក្នុងជម្លោះទាមទារកម្មសិទ្ធិលើប្រាសាទបុរាណនេះជាមួយប្រទេសកម្ពុជា។
Cambodian official hails inscription of Preah Vihear Temple as World Heritage Site ខែ កក្កដា 8, 2008
Posted by សុភ័ក្ត្រ in News.add a comment
PHNOM PENH, July 8 (Xinhua) — Senior Cambodian government official here Tuesday celebrated the decision by the World Heritage Committee to list the Preah Vihear Temple as UNESCO World Heritage Site.
” The listing of the Preah Vihear Temple is the success of civilization and culture for the Khmer people,” Cambodian Deputy Prime Minister and Minister of Foreign Affairs and International Cooperation Hor Namhong told a press conference at his ministry.
The success didn’t break the relationship and cooperation between Cambodia and Thailand, even as Thailand cancelled the joint communiqu on the Preah Vihear Temple issues, he added.
Earlier Tuesday morning in Quebec, Canada, all the 21 members of the World Heritage Committee during its 32nd session unanimously approved the Cambodian application to list the temple as World Heritage Site, but the Thai side still opposed it, he added.
Thailand didn’t lose a centimeter of land to Cambodia and Cambodia didn’t lose either for listing the Preah Vihear Temple, he said.
Cambodia and Thailand have plan to plant the demarcation posts because the two have clear border and geographic lines according to their treaty, he added.
At the Preah Vihear Temple, the gate to Thailand is still closed but will be opened when the situation is stable, he said.
” So please waiting until situation is stable,” he added.
Cambodia shut up the gate at the temple after Thais conducted demonstration around. It also deployed police at the Thai Embassy in Phnom Penh because possible anti-Thai parade might happen there.
The World Heritage Committee’s action followed two weeks of controversy surrounding the position of the Thai government concerning the proposed listing by Cambodia.
As recently as June 18, the Thai government had announced its support of the listing. However, following a decision of a Thai court to temporarily block the effort, the Thai government withdrew its support.
Fortunately for Cambodia, last minute efforts by the Thai delegation to delay the vote and to have joint management of the temple failed at the current session of the committee.
On June 15, 1962, the International Court of Justice decided to award the ancient Angkorian site at the Cambodian-Thai border to Cambodia over the protest of Thailand.
ប្រភព៖ http://news.xinhuanet.com/english/2008-07/08/content_8511609.htm